วดูราวกับลุ้นผลได้เสีย
หมิงเวยหุบยิ้ม การพยากรณ์โชคชะตาถูกเขาทำให้กลายเป็นการพนันไปได้ น่าขายหน้าจริงๆ
ผู้อาวุโสยิ้มแล้วผายมือ “เชิญคุณชายขอรับ”
หยางชูเปิดกว้าถ่งอย่างคล่องแคล่วและเหรียญทองแดงทั้งเจ็ดก็เปิดออกทีละอัน ผู้อาวุโสหยิบเหรียญทองแดงปากว้าออกจากอกเสื้อแล้วโยนให้เขา “ยินดีด้วยคุณชายผ่านด่านแรกแล้ว”
ทุกคนถอนหายใจโดยพร้อมเพรียงกัน บางคนตื่นเต้น บางคนเสียดาย บางคนกระตือรือร้นที่จะลอง
ที่แท้ต้องทำเช่นนี้! การเขย่าลูกเต๋าไม่มีอะไรมากไปกว่าการฟังเสียงเพื่อแยกแยะตัวเลข สำหรับผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธ์หากพิจารณาดีๆ ก็สามารถทำได้
เหรียญทองแดงเจ็ดเหรียญถูกใส่เข้าไปในกว้าถ่งอีกครั้ง และก็มีคนพูดขึ้นมาว่า “ข้าเอง!”
เหล่าคุณชายทั้งหลายล้อมรอบผู้อาวุโส แต่เหล่าผู้เข้าแข่งขันหลักกลับยืนอยู่ด้านนอกเงียบๆ รอให้พวกเขาทดสอบเสร็จก่อนแล้วค่อยตามไป
จวินโม่หลีเห็นภาพนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจ “พวกเขาตั้งใจมาสร้างปัญหาหรือไม่ การแข่งคัดเลือกเจ้าสำนักกลายเป็นเช่นนี้ไม่เหมาะสมเสียเลย!”
เดิมทีเขาเป็นแค่ผู้เฝ้าดู แต่เมื่อหยางชูเสนอขึ้นมาว่าอนุญาตให้ศิษย์คนอื่นเข้าร่วมการแข่งได้ มีศิษย์คนหนึ่งที่สนิทสนมกับอวี้หยางเดินออกไป จวินโม่หลีเห็นดังนั้นก็รีบตามไปด้วย หากอีกฝ่ายใช้ประโยชน์จากความวุ่นวาย ศิษย์พี่ของเขาจะไม่ตกที่นั่งลำบากหรือ
เสวียนเฟยหัวเราะ “อย่าใจร้อนนักเลย” เขาเองก็รู้สึกสับสนเล็กน้อยไม่เข้าใจเจตนาของหยางชู