หากเขาเล็งเป้าหมายมาที่ตน เขาไม่คิดไม่ใส่ใจมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว หรือเขาต้องการแค่ไม้บรรเทาจิตใจจริงๆ หรือ
เหตุใดถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เขาควรทำท่าทีสงบไว้ก่อนจะดีกว่า
อวี้หยางกับพวกเขาอยู่ห่างกันหนึ่งจั้งคล้ายกับว่าจะตักเตือนบางอย่าง “ศิษย์น้องจวิน การแข่งขันครั้งนี้ฝ่าบาทเป็นคนออกคำสั่งเจ้าควรระมัดระวังคำพูดหน่อย หลีกเลี่ยงการหาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า”
จวินโม่หลีแค่นหัวเราะ “ที่ศิษย์พี่อวี้หยางตักเตือนมาก็ถูกข้าไม่เหมือนท่าน ขบคิดเรื่องนี้อยู่ทั้งวันเพราะกลัวว่าจะไปทำให้ใครขุ่นเคืองเข้าได้”
อวี้หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ศิษย์น้องที่อยู่ข้างกายตนตะโกนออกไปว่า “จวินโม่หลี เจ้าทำตัวเช่นนี้ต่อหน้าศิษย์พี่ลำดับผู้อาวุโส นี่เจ้าไม่รู้มารยาทงั้นหรือ”
จวินโม่หลีกลอกตาไม่คิดเสวนากับเขาทำให้อีกฝ่ายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
โชคดีที่อวี้หยางห้ามทัพได้ทัน “ศิษย์น้องจวินเป็นคนตรงไปตรงมาเสมอ เขาไม่มีเจตนาไม่ดี เจ้าอย่าไปโต้เถียงกับเขาเลย”
จวินโม่หลีแค่นหัวเราะไม่หยุด เสแสร้ง ช่างเสแสร้งจริงๆ! ไม่แปลกใจจริงๆ ที่อาจารย์ลุง อาจารย์อาทั้งหลายจะโดนเขาหลอกมาดูกันว่าเขาจะเสแสร้งได้นานแค่ไหนกัน!
หมิงเวยเห็นฉากนั้นก็คิดในใจ เดิมทีนางคิดว่าหากสามารถหยุดยั้งได้ก็ทำให้เสวียนเฟยไม่ได้ขึ้นเป็นเจ้าสำนัก แต่ดูแล้วอวี้หยางผู้นี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่าอีกฝ่ายเท่าไร
ตอนที่เขาคุยกับจวินโม่หลีเมื่อครู่ แขนเสื้อของเขาขยับเผยใ