ห้เห็นไอสังหาร เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน หากมีเจตนาฆ่าศิษย์น้องร่วมสำนักตนเองจะเป็นคนดีได้อย่างไร
แม้ว่าจวินโม่หลีจะมีบุคลิกหุนหันพลันแล่น ชอบทำตัวโดดเด่นและไม่มีเหตุผลเล็กน้อย แต่การเผชิญหน้าไม่กี่ครั้งนี้นางก็พอเข้าใจนิสัยของเขาได้ เขามีอุบายที่ไม่ลึกซึ้งและมีจิตใจที่กล้าหาญ หากทำให้จวินโม่หลีเกลียดชังขนาดนี้ ต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนไว้เป็นแน่ เพราะเวลาที่มีไม่มากไม่เช่นนั้นนางคงสำรวจรายละเอียดของอวี้หยางได้มากกว่านี้
เมื่อมีตัวอย่างจากหยางชูใช้เวลาไม่นานก็มีคนผ่านด่านแรกไปแล้วห้าคน
คนที่เหลือส่วนใหญ่ไม่เคยฝึกวรยุทธ์มาก่อนจึงได้แต่ฝืนลองไป
ดวงของสองคนในนั้นไม่เลวเลย ผู้อาวุโสเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เขามอบเหรียญทองแดงให้พวกเขาทุกคน
เมื่อเห็นว่าคนอื่นโยนเสร็จแล้วหมิงเวยยิ้มแล้วผลักจี้เสียวอู่ “พี่ห้า ถึงตาท่านแล้ว”
จี้เสียวอู่สับสนเล็กน้อย “ข้าทำได้หรือ”
“ท่านพยากรณ์โชคชะตาได้มิใช่หรือ” หมิงเวยยิ้มแล้วยัดผ้าเช็ดหน้าใส่มือ “วางใจเถอะ”
จี้เสียวอู่ยืนอยู่ตรงหน้าผู้อาวุโสเขาใช้ผ้าเช็ดหน้าของนางเช็ดเหงื่อแล้วคารวะอีกฝ่าย “ท่านนักพรต ข้าน้อยอยากลองดูขอรับ”
ผู้อาวุโสมองผ้าเช็ดหน้าของเขาแล้วพยักหน้า “คุณชาย เชิญ”
จี้เสียวอู่ยกกว้าถ่งขึ้นมา ตั้งสมาธิ นึกถึงขั้นตอนของการทำนายดวงชะตาที่ตัวฝูสอนมา เขาตั้งจิตไปที่กว้าถ่งจดจ่อกับการถ่ายพลัง
เสวียนเฟยและคนอื่นๆ ที่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ เห็นฉาก