ส่งสัญญาณใดๆ
“ฝ่าบาท กระหม่อมต้องการเข้าร่วมการแข่งพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อเขาพูดจบก็มีคนอื่นๆ เดินตามออกมา
หมิงเวยส่งสัญญาณให้จี้เสียวอู่ทางสายตา จี้เสียวอู่แม้ไม่เต็มใจแต่ก็จำใจลุกขึ้น
“เสียวอู่ เจ้าจะทำอะไรน่ะ!” จี้ฮูหยินตกใจ
จี้เสียวอู่ตอบ “ข้าเองก็จะไปเข้าร่วมด้วยไงเล่า ได้สร้างชื่อเสียงต่อหน้าพระพักตร์ ภายภาคหน้าอาจได้เลื่อนตำแหน่งดีๆ!”
ถ้าเขาไม่คอตกตอนพูดประโยคนี้ทุกคนในตระกูลจี้อาจจะเชื่อ
นายท่านจี้แปลกใจ “เจ้าจะไปแข่งอะไรได้ บุ๋นไม่เป็นบู๊ไม่ได้คิดว่าตนเองเก่งกาจเพียงนั้นเลยหรือ”
จี้เสียวอู่เบะปาก “ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะแข่ง”
นายท่านจี้อยากจะพูดแต่หมิงเวยยืนขึ้นขัดเสียก่อน “ท่านลุงเจ้าคะ ข้าจะไปกับพี่ห้าเองจะคอยช่วยเหลือเขาเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ” พูดจบนางก็ส่งสายตาอันลึกซึ้งให้อีกฝ่าย
ทุกคนต่างรู้ดีว่าจี้เสียวอู่โตมาเป็นคนดื้อรั้น นั่นก็กลัวถูกสั่งสอน นี่ก็กลัวทำผิดพลาด
นายท่านจี้รู้ดีว่าตนเองห้ามอีกฝ่ายไม่ได้หรอก เมื่อได้ยินหมิงเวยกล่าวเช่นนั้นเขาก็คิดว่านิสัยของเสี่ยวชีเป็นคนใจเย็นมั่นคงมีนางคอยจับตาดูคงไม่เกิดเรื่องอะไรหรอกใช่หรือไม่ เขาพยักหน้าด้วยความโล่งอก “ก็ดี” แต่จี้เสียวอู่มองออกเขามุมปากกระตุก
ท่านพ่อ ท่านรู้หรือไม่ว่าผู้ที่ก่อเรื่องมากที่สุดคือนาง นางกำลังใช้บุตรชายของท่านเป็นโล่! แล้วพวกเขาสองคนก็เดินมาถึงตรงกลางพิธี
ฮ่องเต้เห็นพวกเขาก็ประหลาดใจ “เหตุใดถึงมีสตรีด้วย”
จี้เสี