ยวอู่หมอบลง “กระหม่อมนามจี้เหว่ยต้องการเข้าร่วมการแข่งร่วมกับน้องสาวพ่ะย่ะค่ะ”
“จี้เหว่ยงั้นรึ ชื่อนี้ช่างคุ้นหูมาก!”
ว่านต้าเป่าที่คอยรับใช้อยู่ข้างกายกระซิบเตือน “ฝ่าบาท คดีโครงกระดูกใต้สะพานเมื่อไม่กี่วันก่อน…”
“อ้อ!” ฮ่องเต้นึกขึ้นได้ “เจ้าคงเป็นจี้เหว่ยผู้มีคุณธรรมสูงส่งเทียมฟ้า! เป็นวีรบุรุษรุ่นเยาว์แล้วเหตุใดเจ้าต้องพาน้องสาวมาร่วมแข่งขันด้วยเล่า”
สีหน้าของจี้เสียวอู่แดงเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบฮ่องเต้จึงตอบคำถามด้วยความประหม่า “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมและน้องสาวได้เดิมพันกันไว้ หากเข้าร่วมการแข่งขันนี้ผู้ใดจะผ่านด่านได้มากกว่ากันดังนั้น…”
ฮ่องเต้หุบยิ้ม “คนรุ่นเยาว์มีปณิธานอันแรงกล้า อย่างไรก็ตามพวกเจ้าเข้าร่วมการแข่งขันได้เพียงแต่นี่เป็นงานใหญ่ของเสวียนตูกวัน ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเจ้ามาขุ่นเคืองกันเองเอาให้พอเหมาะสมก็สมควรหยุด”
“พ่ะย่ะค่ะ” จี้เสียวอู่ทำความเคารพแล้วถอยไปด้านข้าง
หมิงเวยทำความเคารพตามเขาแล้วยืนอยู่ด้านหลังอีกฝ่ายครึ่งก้าว นางก้มหน้ามาตลอดทางจนกระทั่งถอยกลับไปหมิงเวยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
ฮ่องเต้เห็นแล้วก็คิดในใจน้องสาวของจี้เหว่ยผู้นี้เป็นสาวงามที่หาตัวจับได้ยากจริงๆ ไม่แปลกใจเลยหากมีบุรุษผู้ใดยอมแพ้เมื่ออยู่ต่อหน้านาง
จวนเฉิงเอินโหวมีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมพิธีนี้อยู่แล้วเมื่อเห็นหมิงเวยเดินมากับจี้เสียวอู่ เหวินอิ๋งตีเหวินหรูเบาๆ “ดูสิ นั่นหมิงเวยใช่หรือไม่”
เ