หวินหรูมองตาม “คงใช่…”
“นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรงานเช่นนี้ลุงของนางที่มีตำแหน่งเล็กๆ มีคุณสมบัติด้วยหรือ” เหวินหรูไม่ตอบอะไร
เหวินอิ๋งที่ไม่ได้รับคำตอบก็หันหน้าไปดูท่าทางที่ไร้เรี่ยวแรงของอีกฝ่าย นางแค่นหัวเราะแล้วพูดเสียงเบา “น้องสี่ เจ้าจะทำตัวเช่นนี้ให้ผู้ใดเห็นกัน อยากให้พวกเขารู้หรือว่าพวกเราทั้งตระกูลรู้สึกผิดต่อเจ้า”
เหวินหรูส่ายหน้า “ข้าเปล่า…”
“เจ้าคิดหรือไม่พวกเราทุกคนต่างรู้ดี!” เหวินอิ๋งมองด้วยสายตาเย็นชาผ่านไปสักพักนางก็ยิ้มแย้ม ลดท่าทีเย็นชาลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“น้องสี่ เจ้าไม่ต้องเสียใจไปหรอก ทุกคนพูดความจริงถึงแม้เจ้าแซ่เหวิน แต่บิดามารดาของเจ้าก็เสียไปนานแล้ว เดิมทีเรื่องออกเรือนเป็นเรื่องที่ปีนป่ายไม่ถึงอยู่แล้ว เรื่องนี้ถือว่าเจ้าช่วยข้าท่านพ่อท่านแม่รับปากแล้วว่าจะหาตระกูลที่ดีให้ แม้ฐานะอาจจะต่ำสักหน่อย แต่มันจะเอื้อประโยชน์ต่อเจ้าแน่นอน พวกเราจะให้สินสอดทองหมั้นเจ้าเยอะๆ ให้ไม่แพ้สินเดิมเลยดีหรือไม่”
เหวินหรูขยับริมฝีปากนางตอบรับเสียงเบา “ขอบคุณพี่สาม”
เหวินอิ๋งยิ้มแล้วจับแขนนาง “ไม่ว่าจะพูดอย่างไร พวกเราก็เป็นพี่น้องที่สนิทกัน เจ้าอยู่กับข้ามาหลายปีจะให้เจ้าเสียหายได้อย่างไร แล้วอีกอย่างในเมื่อเจ้าไม่ได้เข้าวัง ไม่สามารถออกเรือนกับตระกูลชั้นสูงได้ ชื่อเสียงไม่สำคัญสำหรับเจ้าอยู่แล้ว เจ้าดูเว่ยเสี่ยวอันสิตอนนี้นางไม่ได้สบายดีอยู่หรือ ผ่านไปสักสองปีเรื