ร้อารมณ์ “เขายังปลีกตัวออกมาไม่ได้จึงให้ข้ามารอที่นี่” หมิงเวยหันศีรษะและชำเลืองมองไปรอบๆ
หนิงซิวพูดว่า “ท่านอาจารย์มาจากเสวียนตูกวัน ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของท่านซึ่งมีความปลอดภัยมาก” เขาชะงักและพูดต่อไปว่า “ยกเว้นหางที่อยู่หลังเจ้า”
พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นชี้จากนั้นก็เกิดลมพัดแรงพร้อมกับเสียง ‘ไอหยา’ เป็นจี้เสียวอู่กระโดดออกมาจากพุ่มไม้
“คุณชายห้า!” ตัวฝูรีบวิ่งเข้าไปหาและช่วยประคองอีกฝ่าย
จี้เสียวอู่ลูบสะโพกของตนเองพลางบ่นว่า “ขว้างหินมาได้ ข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว” หนิงซิวมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
หมิงเวยบอกต่อว่า “อาจารย์ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้าเองเจ้าค่ะ”
“เชื่อได้หรือ” เขาถามกลับ
หมิงเวยยิ้ม “ถ้าเขาไม่น่าเชื่อถือข้าคงจับเขาออกไปนานแล้ว”
จี้เสียวอู่ถามด้วยความแปลกใจ “เจ้ารู้ว่าข้าตามหลังเจ้ามางั้นหรือ”
หมิงเวยมองเขาแต่ไม่ตอบอะไร
ส่วนหนิงซิวไม่คิดจะยุ่งเขาพูดต่อว่า “ศิษย์น้องบอกกับข้าว่า เจ้าต้องการของสองอย่างจากเสวียนตูกวัน ของอีกอย่างเรายังไม่มีเบาะแส แต่ดอกถานเชิง พวกเรามีโอกาสที่จะได้มันในวันนี้”
“อ้อ แล้วมันอยู่ที่ไหนงั้นหรือเจ้าคะ”
…………
หมิงเวยและจี้เสียวอู่เดินกลับมาด้วยกัน สะใภ้ใหญ่ยิ้มให้พวกเขา “พวกเจ้าไปห้องน้ำกันนานมาก” จี้เสียวอู่ร้องอ้อแล้วกลับไปนั่งที่ของตนเอง
สะใภ้ใหญ่รู้สึกแปลกใจกับท่าทางของเขา “น้องเขยเป็นอะไรหรือ วันนี้ดูไม่มีชีวิตชีวาเลยไม่สบายหรือเปล่า”
จี้เสียวอู่ย