ั้นเสวียนตูกวันถูกพวกเขาอาจารย์และลูกศิษย์ไม่ไว้หน้าจนไม่มีผู้ใดสงสัยนามของปรมาจารย์แห่งชีวิตอีก เมื่อนับดูแล้วคงเป็นเรื่องในห้าสิบปีหลังจากนี้
เสวียนตูกวันในตอนนั้น แม้จะเจริญรุ่งเรืองมากแต่ก็ยังไม่เชี่ยวชาญเท่าในปัจจุบัน เสวียนเฟยผู้นั้นผลักดันชื่อเสียงไปถึงจุดสูงสุด แต่ก็เป็นผู้ทำลายมรดกอันเก่าแก่หลายร้อยปีไปด้วย
นางบอกกับหยางชูว่าเสวียนตูกวันเป็นศัตรูกับท่านอาจารย์ แต่หากถามตัวเองนางก็ไม่ได้จงเกลียดจงชังเสวียนตูกวันแต่อย่างใด ความแค้นเก่าได้รับการสะสางไปแล้ว ผู้คนก็เปลี่ยนไปเสวียนตูกวันเป็นอย่างไรล้วนไม่เกี่ยวกับนางเลยสักนิด
แต่หากทำให้เสวียนเฟยได้รับตำแหน่งราชครูได้นางจะมีความสุขมาก
คนผู้นี้มีอิทธิพลโดยตรงต่อโชคชะตาของฉีเหนือ หากเขาไม่ได้สร้างความปั่นป่วนก็คงไม่เกิดความวุ่นวายได้เร็วเพียงนั้น
หลักสัจธรรมไม่สำคัญ ผู้คนถูกแบ่งเป็นระดับชั้นต่างๆ ที่มากมายหลากหลาย แม้เสวียนตูกวันจะจัดพิธีกรรม แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าได้ ประชาชนธรรมดาสามารถชมได้จากด้านนอกเท่านั้นส่วนด้านในหากมีเงินมากพอก็เข้ามาได้ มีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถเป็นแขกของที่นี่ได้
นายท่านจี้ได้เลื่อนขั้นและไม่ได้ขาดแคลนเรื่องเงินอะไร ท่านจึงควักเงินบริจาคให้ทุกคนในครอบครัวได้เข้าร่วมพิธี เมื่อเข้ามาด้านในก็มีองครักษ์นางหนึ่งเข้ามาขวาง
“ไม่ทราบว่าท่านคือใต้เท้าจี้ชูใช่หรือไม่ขอรับ”
นายท่านจี้พยักหน้า “ใช่ มีอะไรง