ั้นหรือ”
องครักษ์ยิ้ม “เราได้จัดที่นั่งด้านหน้าให้ครอบครัวของท่านแล้วเชิญตามข้าน้อยมาขอรับ”
นายท่านจี้ถามด้วยความประหลาดใจ “ด้านหน้าหมายถึง…”
“หอเหวินเต้าขอรับ”
ทุกคนในตระกูลจี้ตกใจ หอเหวินเต้าคือสถานที่จัดพิธีกรรมซึ่งเป็นที่นั่งชั้นพิเศษ หากเป็นช่วงเวลาอื่นคงไม่เป็นไร แต่วันนี้ฮ่องเต้เสด็จมาที่นี่หากไปที่นั่งชั้นพิเศษก็จะได้พบพระพักตร์ฝ่าบาทงั้นหรือ
“พวกเราจะไปที่นั่นได้อย่างไรเกิดความเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า”
องครักษ์ยิ้มแต่ไม่ตอบอะไรเขาเพียงพูดออกไปว่า “ตามข้าน้อยมาขอรับ”
จี้เสียวอู่หมดความอดทนเขาพูดโพล่งออกไปว่า “ไปกันได้แล้ว! ได้ที่นั่งพวกเรายังไม่ไปอีก ที่นั่งถูกๆ แบบนั้นจะมาให้พวกเราได้อย่างไรไม่ผิดหรอก”
ตระกูลจี้ทุกคนคิดตามก็รู้สึกว่ามีเหตุผลแล้วเดินไปทั้งๆ ที่ยังตกใจไม่หาย
จี้เสียวอู่ก้มหน้าสะกิดหมิงเวย “เป็นฝีมือคนผู้นั้นอีกแล้วใช่หรือไม่”
หมิงเวยเหลือบมองเขา “พี่ห้าพูดอะไร ผู้ใดกันหรือ ข้าไม่เข้าใจ”
จี้เสียวอู่เบะปาก “อย่ามาไม้นี้! นอกจากคนแซ่หยางผู้นั้นจะมีใครได้อีก”
หมิงเวยหัวเราะ “ท่านไม่ได้ทำงานให้หวงเฉิงซือหรอกหรือ เขาก็เหมือนเจ้านายของท่าน! เรียกเจ้านายตนเองเช่นนั้นจะดีหรือ”
จี้เสียวอู่แค่นหัวเราะ “หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ ข้าถามจริงๆ พวกเจ้าทำเช่นนี้สนุกนักหรืออย่างไร”
“สนุกอะไรหรือ”
เส้นเลือดปูดขึ้นบนหน้าผากของจี้เสียวอู่เขาถามเสียงกระซิบ “เมื่อไหร่เจ้าจะถอนหมั้นเสียที