สายลมอันเยือกเย็นในฤดูใบไม้ร่วงค่อยๆ พัดแรงขึ้น
หมิงเวยเลิกเรียนแล้วนางเดินออกจากห้องพร้อมเว่ยเสี่ยวอันและคนอื่นๆ
เว่ยเสี่ยวอันถาม “ได้ยินว่าวันที่เก้าเดือนเก้า เสวียนตูกวันมีจัดพิธีกรรม พวกเจ้าไม่ไปงั้นหรือ”
ฟางจิ่นผิงรีบตอบ “ข้ากำลังจะถามพวกเจ้าเลย! ตลอดทั้งปีเสวียนตูกวันจะเปิดให้เข้าไปไม่กี่ครั้ง ครอบครัวของข้าไปแน่นอน หมิงเวยแล้วเจ้าล่ะ”
หมิงเวยไม่แน่ใจ “ต้องถามท่านลุงกับท่านป้าก่อน”
“ไปเถอะๆ!” เว่ยเสี่ยวอันหว่านล้อมนางอย่างเต็มที่ “หากครอบครัวเจ้าไม่ไป เจ้าก็ไปกับพวกข้าได้! ท่านแม่พูดถึงเจ้าอยู่หลายรอบเลย”
ตั้งแต่นางช่วยเว่ยเสี่ยวอันได้ตระกูลเว่ยรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณเป็นอย่างยิ่ง เมื่อถึงช่วงเทศกาลก็จะส่งของขวัญมาให้ และเริ่มไปมาหาสู่กับตระกูลจี้
เดิมทีตระกูลเว่ยเป็นตระกูลพ่อค้า เมื่อช่วงที่ไท่จู่ฮ่องเต้ยกทัพไปทางใต้ได้มีส่วนช่วยในเรื่องเสบียงอาหารเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงได้รับตำแหน่งหยินชิงกวงลวี่ต้าฟู หลังจากนั้นลูกหลานก็เริ่มก้าวหน้าทางตำแหน่งราชการถึงแม้ตำแหน่งจะไม่สูงนัก แต่เนื่องจากอยู่เมืองหลวงมาหลายปีจึงมีเครือข่ายเป็นของตนเอง
ก่อนหน้านี้ตระกูลจี้เคยติดต่อหาเพื่อนร่วมงานสองสามคนที่สอนอยู่ที่กั๋วจื่อเจียน และเพราะตระกูลเว่ยพวกเขาจึงค่อยๆ เข้ามาในแวดวงนี้ได้
หมิงเวยยิ้ม “ไม่ต้องรีบร้อนไป ปีหน้าพี่ใหญ่ต้องเข้าร่วมการสอบ ท่านลุงท่านป้าต้องไปขอพรต่อเทพขุยซิงแน่”
“จริงด้วย! ค