ุณชายใหญ่มีความรู้มากถึงเพียงนั้นต้องได้ตำแหน่งสูงแน่ๆ”
“ขอให้เป็นอย่างที่เจ้าว่า”
ฟางจิ่นผิงเลิกคิ้ว “นอกจากเรื่องนี้แล้วพวกเจ้าจะไม่คุยเรื่องอื่นเลยหรือ พิธีกรรมของเสวียนตูกวันไม่ได้มีไว้เพื่อกราบไหว้ขอพรเท่านั้น”
หมิงเวยถามต่อ “แล้วมีอะไรอีกหรือ”
เว่ยเสี่ยวอันตบหน้าผากของฟางจิ่นผิง “อย่าก่อเรื่อง!” จากนั้นก็หันมากระซิบกับหมิงเวย “ทุกครั้งที่เสวียนตูกวันจัดพิธีกรรมจะมีคุณชายจากตระกูลชนชั้นสูงมาไม่น้อยนี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พบหน้ากัน”
“ใช่ๆ! เสี่ยวอัน ครอบครัวเจ้าก็อยากให้เจ้าไปพบเจอด้วยใช่หรือไม่” ฟางจิ่นผิงเย้าแหย่
เว่ยเสี่ยวอันเบนหน้าไปทางอื่น “ข้าจะรีบไปทำไมเล่าคนที่ออกเรือนช้ามีเยอะแยะ ท่านแม่ยังบอกเลยว่าอยากอยู่กับข้าอีกสักปีสองปี”
ฟางจิ่นผิงรู้สึกอิจฉา “ครอบครัวเจ้าช่างดีจริงๆ! ครอบครัวข้าไม่ให้ผ่อนผันแม้แต่น้อยได้มากสุดแค่หนึ่งปี…”
เหล่าเด็กสาวพูดคุยกันขณะเดินออกจากสถานศึกษาจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับจวน หมิงเวยเดินไปตามถนนคนเดียวแล้วหยุดอยู่ที่ร้านขายของคั่วทานเล่น
ช่วงนี้จี้เสียวอู่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดนางจึงให้ตัวฝูอยู่สอนเคล็ดวิชาให้เขาเมื่อมีเวลาว่าง นางจึงมีโอกาสได้เป็นอิสระ รถม้าเคลื่อนผ่านนางไปแล้วหยุดลง ตามด้วยเสียงเคาะผนังรถ
หมิงเวยเหลือบมองเล็กน้อย จากนั้นนางก็จ่ายเงินแล้วถือของว่างไปที่รถม้า
“หวงเฉิงซือไม่มีคดีให้ไปจัดการหรือเจ้าคะ ท่านถึงมีเวลามาเดินเล่นได้”