ป็นเคล็ดวิชา เหตุผลเดียวกันท่านในตอนนี้ไม่เคยอยู่ในหมู่คนที่เป็นเคล็ดวิชา หากได้พบ ท่านก็จะรู้ว่าพวกเขามีอารมณ์ความรู้สึกความปรารถนาแบบปุถุชนทั่วไป ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดา”
จี้เสียวอู่เหล่มองนาง “พูดเหตุผลเสียยกใหญ่ แล้วเหตุใดเจ้าไม่เป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ดีล่ะ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในยุทธภพทำไม”
“ข้าไม่มีทางเลือก!” หมิงเวยยักไหล่ “ผู้ที่ถูกเลือกโดยสวรรค์ ข้าเป็นปรมาจารย์แห่งชีวิตหากข้าไม่รับผิดชอบแล้วผู้ใดจะรับผิดชอบเล่า”
จี้เสียวอู่พ่ายแพ้ต่อความหน้าด้านของนาง
หมิงเวยหัวเราะ หัวเราะเสร็จนางก็บอกว่า “เอาล่ะ ข้าจะฝึกบริหารจิตแล้ว”
ดวงตาของจี้เสียวอู่เป็นประกาย “สอนข้าที!”
หมิงเวยครุ่นคิด “เอาล่ะ ท่านต้องท่องคาถานี้ให้คุ้นเสียก่อน…”
……….
ณ ลานบ้านตระกูลจี้ สะใภ้ใหญ่สะบัดพัดไปมา ในขณะเดียวกันก็มองไปยังจี้เสียวอู่และหมิงเวยที่อยู่บนหลังคาเรือนข้างๆ “ความสัมพันธ์ของน้องหญิงกับเสียวอู่ไปได้ดีมาก!”
จี้หลิงมองอย่างสงสัย “พวกเขาสองคนสามารถพูดคุยกันได้ แต่แปลกมากที่น้องหญิงจนถึงตอนนี้ยังไม่พูดเรื่องถอนหมั้นเสียที!”
พูดจบเขาก็ถูกฮูหยินของตนตีเข้าให้ “ท่านเป็นพี่ชายไม่ใช่หรือ อยากจะให้น้องชายถูกรังเกียจขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร”
จี้หลิงชี้แจงข้อเท็จจริง “ไม่ใช่ เจ้าไม่รู้ว่าน้องหญิงนาง…ไอหยา อย่างไรก็ตามนางเก่งกาจกว่าเสียวอู่เยอะ พวกเขาไม่เหมาะสมกัน!”
“มีอะไรไม่เหมาะสมกัน” นางกลับไม่เห็นด้วย “น้อง