หมิงเวยพุ่งสมาธิไปที่จุดเดียว คนที่ลอบทำร้ายนาง คือหนิงซิว
เดิมทีนางไม่คิดจะปิดบังอะไรอยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายเข้ามาอย่างตรงไปตรงมาจนนางไม่ทันได้ตั้งตัว คลื่นเสียงของเขารุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นางยิ่งต่อกรกับเขาได้ยากขึ้น
ในตอนนั้นเองก็มีเงาร่างหนึ่งบินโฉบลงมาพร้อมแสงวิบวับจากกระบี่ที่พุ่งตรงเข้ามา คลื่นเสียงของหนิงซิวปะทะกับไอกระบี่เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น จากนั้นทุกอย่างก็สงบลง
เขาเลิกคิ้วแล้วมองหยางชูที่หันหลังกลับมา “เจ้าลงมือทำไม”
“ต้องเป็นข้ามากกว่าที่ต้องถามคำถามนี้” หยางชูดูหัวเสียมาก “เมื่อครู่ข้าเห็นแล้ว นางเป็นสหายของข้า ท่านลอบทำร้ายนางหมายความว่าอย่างไร”
หนิงซิวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ตัวตนของนางน่าสงสัยมีคนเช่นนี้อยู่ข้างกายท่าน ข้าไม่ไว้วางใจ”
หยางชูพูดเสียงเย็น “น่าสงสัยหรือไม่ ข้าตัดสินเอง ไม่ต้องการให้ท่านมายุ่งด้วย”
หนิงซิวหรี่ตามอง “ศิษย์น้อง…”
“พอแล้ว!” หยางชูตะโกน “หลายปีมานี้ไม่มีพวกท่าน ข้ามีชีวิตที่ดี มีชีวิตที่สงบสุขมาจนถึงวันนี้ ท่านคิดว่าข้าต้องการความปรารถนาดีจากท่านงั้นหรือ”
“ข้าคิดว่าต้องการ”
หยางชูแค่นหัวเราะ คำพูดที่เขาเอ่ยออกมานั้นเฉียบคมยิ่งกว่า “ในตอนที่ท่านปู่ท่านย่าจากโลกนี้ไป ข้าอยู่ตัวคนเดียวถูกผู้อื่นด่าว่าเป็นไอ้ลูกนอกสมรส พวกท่านไปอยู่ที่ไหนกัน ในตอนนั้นหากพวกท่านจำข้าได้ มาหาข้า บางทีข้าอาจไม่ต้องเดินบนเส้นทางนี้
ท่านคิดว่าข้าอยากทำงานในหน่วย