ะกลับแล้วหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นค่อยกลับวันรุ่งขึ้นแล้วกัน ตอนนี้ยามจื่อ[1]แล้ว พี่ชายท่านไม่เป็นไรหรอก แต่ท่านจะแก้ต่างให้ตนเองอย่างไร”
เย็นวันนี้นางไม่กลับจวนเพราะหยางชูช่วยหาข้ออ้างด้วยการให้ฮูหยินท่านหนึ่งแสร้งเป็นมารดาของเพื่อนร่วมชั้นเรียนบอกคนในตระกูลจี้ไปว่าต้องการชวนนางไปสอนกู่ฉินบุตรสาวที่เรือนจึงขอพานางไปค้างด้วยหนึ่งคืน
หมิงเวยเองก็คิดเช่นนั้นยังไม่กลับไปจะดีกว่า หากกลับไปพวกเขาต้องคิดว่าเกิดเรื่องขึ้นแน่ “ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะไปพักที่ไหนดี”
“พักที่…”
“เดี๋ยว!” จี้เสียวอู่โพล่งขึ้น “ท่านจะเกินไปแล้วนะ! หากน้องสาวข้ากลับจวนโหวกับท่านไปชื่อเสียงของนางจะไม่เสียหายหรือ”
หยางชูแปลกใจ “คุณชายจี้พูดอะไรน่ะ ข้าจะให้นางไปที่จวนโหวได้อย่างไร”
“ก็เมื่อครู่ท่านบอกว่าให้ไปพักที่เรือนของท่าน”
“ข้ายังพูดไม่จบ” หยางชูพูด “ข้าจะบอกว่าข้ามีเรือนอีกหลังอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เดินทางสักพักก็ถึงแล้ว วางใจเถอะที่นั่นไม่มีผู้ใดรู้ว่าเป็นเรือนของข้า”
จี้เสียวอู่สงบลง แต่ก็ยังไม่วางใจ เขาถามไปอีกว่า “ไม่มีคนนอกรู้จริงๆ ใช่หรือไม่”
“แน่นอน” หยางชูให้คำมั่น
“ก็ได้” แล้วสองพี่น้องก็พาตัวฝูขึ้นรถม้าของหยางชูไป
ไม่นานรถม้าก็มาจอดหน้าซอยเล็กๆ ที่ดูสะอาดสะอ้านแห่งหนึ่ง
หยางชูพูด “ข้าไม่ลงไปนะ อาสวนจัดการให้แล้วพวกท่านเข้าไปได้เลย”
ทั้งสามคนลงจากรถม้า พวกเขามองรถม้าของหยางชูเคลื่อนออกไปแล้วจี้เสียวอ