วไหล! ข้าเห็นว่านางใช้วิญญาณงูกับมนุษย์ธรรมดาถึงได้เข้ามาห้ามนางต่างหาก!”
“มนุษย์ธรรมดาหรือ…” หยางชูหัวเราะเสียงเย็น “ใช่ที่ไหนกันเล่า ฆาตกรที่เข่นฆ่าชีวิตคนยังนับเป็นมนุษย์ธรรมดาอยู่อีกหรือ พวกเราหวงเฉิงซือใช้วิธีใดไล่ล่านักโทษคงไม่จำเป็นต้องขอคำแนะนำจากเสวียนตูกวันหรอก”
“ท่าน…” เสวียนเฟยถอนหายใจในใจเรื่องตีฝีปากนั้นศิษย์น้องของตนไม่ค่อยถนัดเท่าไรนัก เมื่อเห็นว่าจวินโม่หลีพูดไม่ออกเขาจึงต้องพูดแทรกไปว่า “หมายความว่าแม่นางเป็นคนของหวงเฉิงซือหรือ”
“เรื่องนี้จำเป็นต้องอธิบายให้ท่านฟังด้วยหรือ” หยางชูตอบอย่างไม่เกรงใจ
เสวียนเฟยอดไม่ได้ที่จะยิ้มเขาหันไปหาหนิงซิว “พี่หนิง อารมณ์ของศิษย์น้องกับท่านต่างกันราวฟ้ากับดินเลย”
หนิงซิวได้ยินเช่นนั้นก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เขามาจากตระกูลที่สูงส่ง ถูกตามใจมาตั้งแต่ยังเล็กจึงกลายเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่เขาก็แยกแยะถูกผิดชัดเจน มีความคิดที่แน่นอนเป็นของตนเอง ข้ากับท่านอาจารย์เห็นว่าไม่มีอะไรต้องแก้ไข”
หมิงเวยเกือบจะหัวเราะออกมา หนิงซิวผู้นี้ดูเงียบๆ ที่แท้เป็นคนโหดร้ายเช่นนี้ คำพูดนี้ไม่ต่างอะไรกับการบอกว่าพวกเขาทำผิดก่อนที่ทำให้ศิษย์น้องของเขาอารมณ์เสีย
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเสวียนเฟยก็ถอนหายใจยาวๆ แล้วประสานมือทำความเคารพพวกตน “เป็นเพราะศิษย์น้องของข้าบ้าบิ่นเกินไปจึงไปล่วงเกินท่านทั้งสอง ต้องขออภัยด้วย”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ได้หลีกเลี่ยง แต่กลั