บพูดออกมาตรงๆ สีหน้าของหยางชูจึงดีขึ้น แต่แค่ขอโทษอย่างเป็นทางการมันจะจบหรือ ช่างน่าอดสูจริงๆ ที่ต้องรั้งอีกฝ่ายด้วยคำพูด
“รู้ก็ดีแล้ว โชคดีที่นักโทษในคืนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งอะไร หากถูกพวกท่านเข้ามาร่วมขวางจนต้องปล่อยพวกมันไป แล้วพวกมันไปก่อเหตุร้ายอีกล่ะก็ถือว่าเป็นความผิดของพวกท่าน”
“ขอรับ” เสวียนเฟยยิ้ม “พวกเราทำตัวไม่ดีเองทำให้พวกท่านต้องลำบากแล้ว”
“ศิษย์พี่!” เขาพูดเช่นนั้นทำให้จวินโม่หลีไม่พอใจ “ถึงแม้ข้าไม่ควรโจมตีพวกเขาเช่นนั้น แต่พวกเขาก็ทำตัวไม่ดีก่อน”
พูดแล้วเขาก็พยักเพยิดหน้าไปทางหมิงเวย “วิญญาณงูตัวนั้นเป็นของท่านใช่หรือไม่ มันเคยเป็นปีศาจมาก่อนเหตุใดถึงกลายเป็นวิญญาณไปได้ท่านเป็นคนฆ่ามันหรือ”
หมิงเวยยิ้มแล้วตอบไปว่า “ใช่!”
จวินโม่หลีไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบตรงไปตรงมาเช่นนี้ เขาตกใจแล้วคว้าแขนเสื้อของศิษย์พี่ด้วยความตื่นเต้น “ศิษย์พี่ท่านได้ยินหรือไม่ นางยอมรับแล้ว! นางฆ่าปีศาจเพื่อทำวิญญาณเป็นเรื่องที่โลกยอมรับไม่ได้ อีกอย่างที่นี่อยู่ในเขตเมืองหลวงถึงจะเป็นการจับกุมนักโทษ แต่นางก็ไม่กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นเลยยิ่งฝูงชนมารวมตัวกันมากเท่าไร ยิ่งไม่สามารถใช้เคล็ดวิชาได้เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ แต่นางกลับฝ่าฝืนทุกข้อห้ามเหตุใดถึงไม่สามารถพูดออกมาได้”
เหตุผลนี้สมเหตุสมผลมากเสวียนเฟยเลิกคิ้วแล้วหันไปมองหมิงเวย “แม่นาง ท่านว่าอย่างไร”
หมิงเวยรู้สึกเป็นเรื่องตลกก่อ