นจะกล่าว “ขอถามท่านทั้งสอง ท่านถามข้าในฐานะใดหรือเจ้าคะ”
ไม่รอให้จวินโม่หลีตอบนางพูดต่อไปว่า “พวกท่านเสวียนตูกวันเก่งกาจแค่ไหน แต่ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะสั่งการเสวียนชื่อในใต้หล้าได้ หากพวกท่านคนใดคนหนึ่งเป็นถึงราชครูด้วยความเคารพยังต้องไว้หน้ากันบ้าง แต่พวกท่านไม่ใช่มิใช่หรือ”
เสวียนเฟยเลิกคิ้ว “แน่นอนว่าพวกเราไม่ใช่ แต่พวกเราเสวียนเหมิน หากมีคนก่อกรรมทำชั่วก็จำเป็นต้องถาม”
“ในสายตาของท่านนักพรตข้าก่อกรรมทำชั่วงั้นหรือ” หมิงเวยพูดเสียงเรียบเฉย “วิญญาณงูของข้าแม้จะเคยเป็นปีศาจมาก่อน แต่มันก็ไม่มีความคับข้องใจอันใดเลย อีกทั้งยังเป็นกายวิญญาณบริสุทธิ์ ข้าลงมือที่นี่เพื่อจัดการกับพวกโจรผู้ร้าย ข้ามาคิดๆ ดูแล้วไม่เห็นว่าตนเองจะทำผิดตรงไหนเลยเจ้าค่ะ”
จวินโม่หลีพูด “แต่ว่าข้อห้าม…”
“ข้อห้ามงั้นหรือ” หมิงเวยยิ่งรู้สึกขบขัน “ผู้ใดเป็นคนออกข้อห้ามนี้กัน มีข้อบังคับหรือไม่เจ้าคะ” จวินโม่หลีอึกอัก
ข้อห้ามเหล่านี้ได้รับการยอมรับเนื่องจากปฏิบัติกันมาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งเสวียนเหมินแต่ละสำนักก็ปฏิบัติตามโดยปริยาย แต่หากนางไม่มีสำนักไม่อยู่ในสำนักใด ย่อมถือว่าไม่มีข้อบังคับ…
“การยอมรับว่าตนเองก่อเรื่องไร้เหตุผลไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย ท่านนักพรตจะแข่งกันกล่าวให้ลำบากทำไม” หมิงเวยมองพวกเขาแล้วยิ้ม “ในเมื่อพวกท่านกล่าวขอโทษแล้วพวกเราจะไม่ให้อภัยก็ไม่ได้ ตอนนี้เวลายังไม่เช้าพวกเราต้องพานักโทษกลับไปที่ศาลาว