งและเขาก็ตะโกนขึ้นมาว่า “ไม่ต้องดื่มแล้ว ตามข้ามา!”
หัวหน้ากองทหารคนอื่นๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะโน้มตัวเข้ามาหาก่อนถาม “พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ก็…”
ตี๋ฝานตอบ “หลี่ต้าหมิงกับพี่น้องคนอื่นออกไปเดินเล่นแล้วถูกคนรังแก”
“อะไรนะ” ทุกคนตะโกนขึ้น “กล้ากลั่นแกล้งพวกเรางั้นหรือ เบื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วสินะ!”
ตี๋ฝานยื่นมือห้ามไว้ก่อนแล้วพูดเสียงนิ่ง “คนพวกนี้อย่างไรพวกเราต้องหาตัวให้พบอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นภายภาคหน้าพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน แต่พวกเราคือทหารรักษาพระองค์ หากก่อเรื่องเข้าคนที่เสียหน้าก็คือฝ่าบาท ยับยั้งชั่งใจไว้ก่อน เราต้องอย่าให้ผู้อื่นรับรู้”
“ที่พี่ใหญ่พูดมาก็ถูก”
ตี๋ฝานโบกมือ “ไป!” แล้วพวกเขาก็เดินออกไปอย่างกระฉับกระเฉง เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ตี๋ฝานนำทุกคนกลับไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดเกราะโดยที่ยังสวมชุดปกติไว้อยู่แล้วยังพกอาวุธไปด้วย จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่หลี่ต้าหมิงเกิดเรื่อง
ในบรรยากาศเช่นนี้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ อีกทั้งกองทหารรักษาพระองค์ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ถูกเรียกตัวกลับมาซึ่งมารวมตัวกันถึงร้อยคน
และเมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายพวกเขาถึงได้รู้สึกว่าบางอย่างไม่ถูกต้อง ไม่พบคนก่อเรื่อง แต่กลับพบเจ้าหน้าที่มากมาย
เจี่ยงเหวินเฟิงเห็นตี๋ฝานที่มารายงานก็พยักหน้า “เริ่มกันเถอะ”
จนถึงตอนนี้เหล่าทหารรักษาพระองค์ถึงได้รู้ว่าตนมีภารกิจอื่น
ตี๋ฝานเร