ทอดตามลำดับลูกศิษย์”
“ใช่ ผู้ใดแข็งแกร่งที่สุดจะได้เป็นเจ้าสำนัก เจ้ากลัวว่าข้าจะไม่เก่งไปกว่าเขางั้นหรือ”
“ศิษย์พี่! ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น” จวินโม่หลีร้อนรน “ข้าหมายถึง ท่านจากเสวียนตูกวันไปนาน คนพวกนั้นจะไปรู้ได้อย่างไรว่าท่านแข็งแกร่งที่สุด”
อีกฝ่ายพูดอย่างเฉยเมยว่า “รีบร้อนไปทำไม ควรเป็นของใครก็เป็นของคนนั้นอยู่วันยังค่ำ เอาล่ะ พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งนาน แสดงให้ข้าเห็นหน่อยว่าหลายปีมานี้เจ้าก้าวหน้าไปแค่ไหนแล้ว”
จากนั้นก็เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับเคล็ดวิชา หมิงเวยฟังอยู่สักพักเมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้วจึงเก็บข้าวของและออกจากห้องไป
พนักงานร้านถาม “ครอบครัวของคุณหนูยังไม่มาหรือขอรับ”
“บางทีพวกเขาคงกลับจวนไปก่อนแล้ว” หมิงเวยยิ้มแล้วจ่ายเงิน นางยกหนังสือภาพในมือขึ้น “เป็นหนังสือที่ดีมากข้าซื้อเล่มนี้ไปด้วยแล้วกัน”
แน่นอนว่าพนักงานร้านเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เขามองนางเดินออกจากร้านไป
ผ่านไปสักพักบุรุษทั้งสองก็ออกมาจากห้องส่วนตัว
หนึ่งในนั้นคือจวินโม่หลี ส่วนอีกคนดูมีอายุมากกว่าเขาเล็กน้อย คิ้วเรียวยาวสวย บุคลิกสง่างาม หลังจากที่ทั้งสองจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชายคนนั้นก็ถามออกไปว่า “ก่อนหน้านี้ห้องส่วนตัวฝั่งซ้ายมีแขกหรือ”
พนักงานร้านยิ้ม “ขอรับ เป็นคุณหนูท่านหนึ่ง!”
“ไม่มีคนอื่นด้วยหรือ”
“ขอรับ เป็นคุณหนูที่มานั่งรอคนมารับ มีแค่นางคนเดียวขอรับ” เขาพยักหน้าแล้วเดินออกจ