หมิงเวยตวัดนิ้วแล้วร่างของหลิงหลงก็ค่อยๆ สลายหายไปจนไม่เห็นแล้ว
นางถอนหายใจแล้วพูดกับเจี่ยงเหวินเฟิง “ใต้เท้าคงเห็นแล้ว ความทรงจำของนางไม่สมบูรณ์จึงรู้แค่เพียงเท่านี้”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้าเขาเดินไปที่ตู้หนังสือหยิบพู่กันขึ้นวาดรูปลักษณ์ของหลิงหลง
“หลิงหลง ชำนาญดนตรี เหมือนฝัน” เขาเขียนคำด้านข้างภาพวาดแล้วพูด “ให้พวกเขาไปหาคนก่อนละกัน!”
หมิงเวยพูดอีกว่า “ข้าฟังสำเนียงการร้องของนางเป็นไปได้มากว่ามาจากทางใต้” เจี่ยงเหวินเฟิงเขียนคำเพิ่มลงไปจากนั้นก็เรียกเหลยหงแล้วส่งภาพวาดแก่เขา
เหลยหงพูด “เด็กสาวนางนี้เป็นไปได้ว่าจะเป็นนักขับร้อง ข้าน้อยจะให้คนไปตรวจสอบดูขอรับ” หากสามารถพบร่องรอยของสตรีคนใดคนหนึ่งก็ถือว่ามีจุดเริ่มต้นแล้ว ไม่เสียแรงโดยเปล่าประโยชน์ เรื่องที่เหลือหมิงเวยไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้จึงขอตัวกลับ
เหลยหงจัดการได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่วันเดียวศาลาว่าการก็ส่งข้อความมา
เมื่อหมิงเวยไปถึงศาลาว่าการก็เห็นว่าหยางชูอยู่ที่นั่นด้วย
“ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่กัน” หมิงเวยแปลกใจ “หวงเฉิงซือไม่ได้ทำงานที่นี่ไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
หยางชูเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ฝ่าบาทสั่งให้ข้าติดตามคดีนี้ด้วย”
เห็นสีหน้าของเขาแล้วหมิงเวยก็สงสัย “ทำไมท่านถึงยิ้มแปลกๆ เช่นนั้นเล่า”
หยางชูมองนางแล้วพูดเสียงเบา “ได้ยินว่าท่านขอเจี่ยงเหวินเฟิงแต่งงานงั้นหรือ”
“อา ท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ”
“ใช่หรือไม่”
“ใช่เจ้าค่ะ!” หมิง