เมื่อกลับมาที่ห้องเก็บศพหมิงเวยก็ถามขึ้นว่า “ฮูหยิน ท่านรู้สึกได้ถึงวิญญาณของโครงกระดูกไหนยังไม่แตกสลายหรือไม่” เชี่ยนเหนียงลอยไปรอบๆ และชี้ให้เห็นบางส่วน
เจี่ยงเหวินเฟิงสงสัย “ที่นี่มีกระดูกหลายร้อยชิ้น แต่มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่สามารถเรียกวิญญาณได้งั้นหรือ”
หมิงเวยพยักหน้า “การเรียกวิญญาณไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเจ้าค่ะ หลังจากความตาย วิญญาณส่วนใหญ่จะสลายไปแล้วเข้าสู่วัฏจักรการเกิดใหม่ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ และสิ่งที่สามารถเก็บความทรงจำได้คือส่วนน้อยของส่วนน้อยไปอีก ดังนั้นไม่ใช่ทุกคดีที่สามารถใช้ประโยชน์จากการเรียกวิญญาณเพื่อสื่อสารกับคนตายได้”
เจี่ยงเหวินเฟิงตระหนักได้ว่า “มิน่าล่ะ หลายปีมานี้คดีที่เชี่ยนเหนียงสามารถสื่อสารกับวิญญาณที่ตายอย่างไม่เป็นธรรมได้มีไม่กี่คดีเท่านั้น”
หมิงเวยยิ้ม “ไม่เพียงเท่านี้วิญญาณของฮูหยินถูกอาบไปด้วยจิตวิญญาณ ซึ่งจะทำให้วิญญาณหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณเจ้าค่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง” กระดูกถูกนำมารวมกัน หมิงเวยเริ่มตั้งแท่นบูชาเพื่อออกค้นหาวิญญาณ
………….
ทางด้านจี้เสียวอู่ที่เล่นทั้งวันทั้งคืนก็ถูกฉีผิงพาไปเรือนใหญ่เพื่อพักผ่อน
ด้านนอกเรือนนั้นดูธรรมดา แต่เมื่อเข้ามาด้านในก็พบว่ามันหรูหรามาก ผ้าไหมจากทางใต้ ผ้าห่มจากทางเหนือ ของตกแต่งในห้องไม่ใช่หยกก็เป็นทองคำ เครื่องเรือนทำจากไม้หวางฮวาหลี ภาพวาดบนผนังก็เป็นผลงานชิ้นเอกเช่นกัน
จี้เสียว