อู่มองของมากมายจนตาลาย เขาถามออกไปว่า “ที่นี่คือที่ใด เหตุใดถึงได้งดงามมากเช่นนี้”
ฉีผิงยิ้มแล้วถามกลับ “พี่กัว ครอบครัวของท่านมีชื่อเสียงในลั่วเฉิงมาก ไม่เคยมาสถานที่เช่นนี้หรือ”
จี้เสียวอู่ตอบอย่างเขินอาย “ข้าไม่ปิดบังพี่ฉี ท่านแม่ของข้าเข้มงวดมาก ถึงบ้านเราจะมีเงินแต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คนภายนอกคิด ยามเช้าท่านพ่อทานหมั่นโถวกับข้าวต้ม อะไรในครอบครัวประหยัดได้ก็ประหยัด หากข้าไม่พอใจอะไรก็จะถูกผู้อาวุโสในเรือนลดมื้ออาหาร พวกผู้อาวุโสมักเล่าความเป็นมาของครอบครัวให้ฟัง ถึงเราจะได้ดีแต่ห้ามลืมรากเหง้า ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพี่น้องมากมายที่ต้องดูแล หากเกิดปีไหนแล้งขึ้นมาจนถึงขนาดต้องจัดการกับความเป็นความตายนี้จะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้อย่างไร!”
“อย่างนี้นี่เอง!” ฉีผิงคิดในใจ เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้เหมือนกันว่าตระกูลกัวขี้เหนียว ตอนแรกนึกว่าพวกเขาแค่เล่นละคร แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นความจริง! โอ้ ท่านผู้เฒ่าเก๋อช่างมีสายตาที่กว้างไกลนัก สถานะของคุณชายน้อยกัวไม่มีอะไรน่าสงสัยเลย
เขาพาจี้เสียวอู่เข้าไปเล่นในเมืองหลวงจงใจลองทดสอบพื้นฐานของเขาว่าเป็นตัวปลอมหรือไม่
“ไม่เพียงแค่นั้นนะ!” จี้เสียวอู่พูดอีก “พี่ชายข้าออกไปทำงานข้างนอก อย่างไรเสียก็ต้องเข้าสังคมยังได้มีอิสระเป็นของตนเอง แต่ข้าร่างกายอ่อนแอถูกขังอยู่ตลอด ในเรือนนอกจากตัวฝูแล้วก็ไม่มีสาวใช้หน้าตางดงามเลย…”
ฉีผิงหัวเราะเสียงดังแล้วตบไหล่อีกฝ่า