ลับมาเขาพยักหน้ารัวๆ “ไม่ต้องมากพิธีหรอก”
กุ้ยเหนียงนั่งลงรินสุราคีบอาหารให้พลางถามที่มาของเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่น่าสนใจในเมืองหลวง นางไม่เหลาะแหละ แค่พูดคุยเป็นเพื่อนเขาช้าๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งผ่อนคลายมากขึ้น ฉีผิงเห็นว่าได้โอกาสจึงเอียงแก้วจนสุราหกใส่จี้เสียวอู่
เขาแสร้งทำเป็นประหลาดใจ “ขอโทษด้วย ข้าดื่มหนักไปหน่อยมือเลยไม่นิ่ง กุ้ยเหนียง ยังไม่รีบพาคุณชายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก”
“คุณชาย…” ตัวฝูคิดจะตามไปด้วยแต่ก็ถูกฉีผิงรั้งไว้ “ก็แค่เปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ได้คิดจะทำอะไรคุณชายเจ้าสักหน่อย!”
จี้เสียวอู่เองก็พูดว่า “ตัวฝู เจ้ารออยู่ที่นี่เถอะแล้วข้าจะรีบกลับมา”
ตัวฝูพูดอย่างไม่เต็มใจ “คุณชายเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วรีบกลับมานะเจ้าคะ”
“แน่นอน”
…………
ควันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือของหมิงเวย นางตวัดนิ้วแล้วควันนั้นก็ร่วงสู่พื้นก่อรูปกลายเป็นเด็กสาวนางหนึ่ง
รูปลักษณ์ของเด็กสาวนางนี้จางกว่าเชี่ยนเหนียงอยู่มาก ท่าทางซึมกระทือ ดวงตาเลื่อนลอยไร้แววเป็นประกาย
“ท่านเป็นใคร” เด็กสาวไม่ตอบกลับอะไรเลย
หมิงเวยถามอย่างอดทนหลายครั้งก่อนที่จะเห็นนางอ้าปาก “ข้า…ข้าไม่รู้…”
เมื่อนางเปิดปากหมิงเวยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก พูดได้ก็ดีแล้วแสดงให้เห็นว่านางยังคงมีสติอยู่บ้าง
หมิงเวยพูดเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ใช่คนไม่ดี ท่านลองนึกดูว่าจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้หรือไม่”
หลังจากที่ถามออกไป