อยที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างเอาแต่ใจเสียจริง ตอนนี้เขาไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของจี้เสียวอู่แล้ว หากมีผู้อื่นมาแอบอ้างเหตุใดต้องมีสาวใช้มาถ่วงแข้งถ่วงขาด้วยเล่า
เมื่อเข้ามาภายในห้องก็พบว่ามีงานเลี้ยงรออยู่แล้ว มีเด็กสาวสองคนอายุไม่เกินสิบห้าสิบหก ใบหน้างดงาม ผิวขาวราวกับหิมะ สวมเครื่องประดับสีทองอร่าม คนหนึ่งถือพิณ อีกคนถือขลุ่ย เมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้ามาก็ลุกขึ้นทำความเคารพ
จี้เสียวอู่ถูกพาตัวไปที่งานเลี้ยงด้วยความงุนงงหลังจากดื่มสุราไปก็หันไปถามฉีผิงว่า “พวกนางดูไม่ด้อยไปกว่าคุณหนูชนชั้นสูงเลยเหตุใดถึง…”
ฉีผิงหัวเราะเสียงดัง “ก็แค่เด็กสาวมาบรรเลงเพลงและขับร้อง ตัวหลักจริงๆ ยังไม่มา!” กล่าวจบเขาก็ปรบมือจากนั้นก็มีแม่เฒ่าเดินเข้ามารับคำสั่ง
ฉีผิงตอบ “เชิญคุณหนูของเจ้าเข้ามา”
แม่เฒ่าตอบรับแล้วเดินออกไป ไม่นานนักม่านก็ถูกเลิกขึ้นกลิ่นหอมพัดโชยเข้ามา ตามด้วยสาวงามที่เดินถือพัดเข้ามาในห้องนี้ ฉีผิงเห็นจี้เสียวอู่มองตาค้างก็ลอบยิ้มในใจ
เด็กสาวสองคนนั้นเป็นสาวงามระดับต้นๆ และยังมีอีกคนที่งดงามยิ่งกว่าพวกนางแล้วจะไม่ให้คุณชายกัวสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวได้อย่างไร ดูสิ ขนาดสาวใช้ที่รั้งเจ้านายอยู่หลายครั้งยังไม่พูดอะไรเลย
“กุ้ยเหนียง นี่คือคุณชายกัว” เขาแนะนำจี้เสียวอู่ให้กับนาง
กุ้ยเหนียงโค้งกายอย่างนวยนาด เสียงของนางดั่งนกร้องขับขาน “คารวะคุณชายกัวเจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่ถูกฉีผิงผลักจนสติของเขาก