“แม่นางหมิง” เจี่ยงเหวินเฟิงหาเวลาเพื่อมาพบนาง หมิงเวยทำความเคารพอีกฝ่ายแล้วเอ่ยถาม “หลายวันมานี้ใต้เท้าไม่ได้พักผ่อนหรือเจ้าคะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้ม “งานที่ศาลาว่าการก็เป็นเช่นนี้มาเป็นพักๆ พอมาทีก็มาเป็นกองใหญ่กองเดียว”
หมิงเวยพยักหน้านางไม่ถามอะไรให้มากความและพูดเข้าประเด็นเลย “ใต้เท้าต้องการให้ข้าเรียกวิญญาณของโครงกระดูกเหล่านี้หรือเจ้าคะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า “พวกเราพยายามสืบค้นที่มาของโครงกระดูกพวกนี้แล้ว แต่ไม่สามารถยืนยันตัวตนของคนเหล่านี้ได้หากแม่นางหมิงสามารถเรียกวิญญาณของพวกนางได้คงจะดีไม่น้อย หากรู้เบาะแสเพียงเล็กน้อยหลักฐานของคดีก็จะง่ายต่อการรวบรวม”
หมิงเวยตอบ “ความหมายของใต้เท้าข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ แต่ก่อนหน้านั้นข้าอยากพูดเรื่องหนึ่ง”
“เชิญแม่นางพูดมาได้เลย” หมิงเวยไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่จ้องไปที่แขนเสื้อของเขา
นางมองด้วยความจริงจังเช่นนี้เจี่ยงเหวินเฟิงอดไม่ได้ที่จะคว้าแขนเสื้อตนเอง “ทำไมหรือแม่นางมองอะไรอยู่หรือ”
จู่ๆ หมิงเวยก็ถามขึ้นมาว่า “หลายปีมานี้ใต้เท้ามีภรรยาหรือไม่”
เจี่ยงเหวินเฟิงเงียบไปชั่วขณะแล้วตอบไปว่า “เดิมทีข้ามีภรรยาอยู่หนึ่งคน แต่ช่วงแรกที่ไปทำงานนอกเมืองหลวงนางล้มป่วยและเสียชีวิตไป”
“หมายความว่าตอนนี้ท่านยังไม่มีใครใช่หรือไม่”
“ใช่”
หมิงเวยตอบ “ใต้เท้ายังอายุน้อยอีกทั้งยังมีตำแหน่งหน้าที่ที่สูงไร้คนคอยดูแลเกรงว่าจะไม่สะดวกสบายไม่ทราบว่าใต้เท้าเคย