คิดที่จะแต่งงานใหม่หรือไม่”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้มบางๆ “เหตุใดจู่ๆ แม่นางถึงได้ถามเช่นนี้หรือ”
หมิงเวยยกน้ำชาขึ้นมาจิบแล้วพูดว่า “หากใต้เท้ายังไม่ได้มองใครเอาไว้ ท่านคิดว่าข้าเหมาะสมหรือไม่เจ้าคะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงตกใจมากจนหลุดพูดออกมาเสียงดัง “แม่นางหมิง!”
หมิงเวยยิ้มนางไม่รู้สึกอายแต่อย่างใด “ใต้เท้าก็เห็นท่านมักเจอกับคดีแปลกๆ ประจวบเหมาะกับที่ข้าสามารถสื่อสารกับหยินหยางได้สามารถช่วยเหลือท่านได้”
“นั่นมัน…”
“ทุกครั้งที่ท่านเชิญข้ามาเช่นนี้เป็นเรื่องที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ครั้งนี้ท่านลุงของข้าไม่ทราบ แต่คงทราบในอีกไม่ช้า ข้าเป็นหญิงที่ยังไม่ออกเรือนคงไม่สามารถวิ่งไปที่ศาลาว่าการของพวกท่านได้ตลอดเวลา หากท่านแต่งกับข้าเรื่องนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องสะดวกไม่ว่าจะเป็นที่ไหนเมื่อไร หากท่านต้องการข้าก็สามารถช่วยท่านได้”
หมิงเวยพูดออกมาได้อย่างลื่นไหล แต่เจี่ยงเหวินเฟิงกลับอึกอักผ่านไปสักพักเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า “แม่นางหมิง เรื่องนี้เกรงว่าจะไม่ค่อยดีนักท่านก็รู้ว่าคุณชายหยาง…กับท่านเกรงว่าเขาคงไม่ยินดีเท่าไร”
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเขากันเจ้าคะ” หมิงเวยหัวเราะ “เรื่องแต่งงาน หากข้าและท่านมีความปรารถนาร่วมกัน บุคคลที่สามยินดีหรือไม่ มีอะไรต้องกังวล ท่านก็รู้ว่าคุณชายหยางไม่สามารถแต่งกับข้าได้ ไม่ต้องพูดถึงฐานะของตระกูลหยางที่ข้ามิอาจเอื้อมถึงแล้วอีกอย่างเขามีดวงกินภรรยา ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป