อีกหลายปีนะเจ้าคะ!”
“ข้า…” เจี่ยงเหวินเฟิงพูด “ข้าอายุมากกว่าท่านหลายปี…”
สีหน้าของหมิงเวยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “มากกว่าตรงไหนกันเจ้าคะ ท่านยังไม่ถึงสามสิบถือว่ายังเยาว์อยู่ อีกอย่างใต้เท้ามีตำแหน่งที่สูง แม้จะแต่งงานใหม่ แต่คนที่ท่านต้องแต่งด้วยต้องเป็นเด็กสาวที่ยังไม่เคยออกเรือนมิใช่หรือ พวกนางคงไม่มีอายุมากกว่าข้าหรอกเจ้าค่ะ”
“….”
“ถึงตระกูลหมิงจะล่มสลายไปแล้ว ครอบครัวท่านลุงก็มองข้าเป็นเหมือนบุตรสาวคนหนึ่ง ซือเยว่แห่งกั๋วจื่อเจียน ถึงตำแหน่งจะไม่สูง แต่ก็มีเกียรติเหมาะสมกับใต้เท้าอย่างเสียไม่ได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“….”
นางถามต่อ “ใต้เท้า ท่านคิดอย่างไร”
เจี่ยงเหวินเฟิงไม่รู้จะพูดอะไรเลยทำได้เพียงพูดอย่างคลุมเครือ “ข้าแค่รู้สึกว่า…”
หมิงเวยยืนขึ้น “หากใต้เท้าไม่แต่งกับข้า ข้าคงช่วยท่านในเรื่องนี้ไม่ได้ อย่างไรซะข้าก็เป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือนมาดูกระดูกศพที่ศาลาว่าการคงฟังดูไม่ดีนัก หากภายภาคหน้าข้าไม่สามารถออกเรือนได้คงลำบากไม่น้อย”
“แม่นางหมิงไม่ใช่ว่าหมั้นหมายอยู่กับลูกพี่ลูกน้องของท่านอยู่หรือ”
หมิงเวยโบกมือ “ใต้เท้าไม่จำเป็นต้องสนใจสัญญาหมั้นหมายนั่นไม่ช้าก็เร็วก็ต้องถูกยกเลิก ท่านพี่ของข้าผู้นี้ยังเยาว์นักไม่เหมาะกับข้าหรอกเจ้าค่ะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพูดไม่ออกเหตุใดนางถึงพูดรังเกียจได้ตรงไปตรงมาเช่นนี้
“ใต้เท้า หากท่านไม่ตัดสินใจ ข้าคงต้องขอตัวก่อนเจ้าค่ะ!”
“แม่นางหมิง…”
“ดูเหมือนท่