ูกแทบแตกสลาย หวังเพียงว่าจะไม่มีสตรีนางไหนประสบชะตากรรมเช่นนี้ในอนาคต”
ฮ่องเต้แย้มสรวล “ลูกมีจิตใจดีเช่นนี้เจิ้นรู้สึกยินดีมาก”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้เจียงเชิ่งก็รู้สึกโล่งใจคิดว่าสิ่งที่เขาขอไปนั้นเป็นจริงแน่นอน ผู้ใดจะรู้ว่าประโยคถัดมาของพระองค์คือ “แต่เรื่องนี้เจิ้นจัดการเรียบร้อยแล้วเจี่ยงชิงกำลังลำบาก เจิ้นเข้าใจดีจึงให้หวงเฉิงซือเข้ามาช่วยปัญหาที่ลูกกังวลอยู่จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน”
เจียงเชิ่งตกตะลึง “เสด็จพ่อ…”
ฮ่องเต้โบกมือไม่ให้โอกาสเขาพูดต่ออีก “เอาล่ะ ดึกแล้ว ลูกกลับไปพักผ่อนเถอะ” พูดจบพระองค์ก็หยิบพู่กันขึ้นมาแล้วอ่านเอกสารราชการต่อ
เจียงเชิ่งไม่มีอะไรจะพูดอีก เขาลุกขึ้นขอตัวลา เมื่อออกจากพระที่นั่งหมิงกวาง ด้านนอกก็ฝนตกหนัก
ว่านต้าเป่าตามเขามา “ไท่จื่อ ยามนี้ฝนตกหนักพระองค์เสด็จประทับที่อาคารข้างเคียงก่อนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เจียงเชิ่งกล่าวเสียงเรียบเฉย “ไม่จำเป็น ก็แค่ลมฝน”
จากนั้นก็มีนางในส่งเสื้อกันฝนมาให้เจียงเชิ่งสวมมันแล้วก้าวเข้าสู่ม่านน้ำฝนมุงหน้าไปที่ประตูพระราชวัง ใบหน้าของเขานิ่งสงบ แต่ในใจของเขาราวกับกระแสน้ำกำลังโหมกระหน่ำ
ให้หวงเฉิงซือเข้าช่วยเหลือไม่ใช่หมายความว่าส่งมอบไปให้คนแซ่หยางงั้นหรือ ผู้ที่มีฝีมือในหวงเฉิงซือเป็นชายชราที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้ แต่หลายปีมานี้สุขภาพไม่ค่อยดีจึงไม่รับงานมานานแล้ว คนแซ่หยางนั่นมีแค่ตำแหน่งเป็นผู้ชี้แนะ แต่ความจริงแล้วเป็นคนควบคุ