างไร” หมิงเวยพูดเสียงอ่อนโยน “พี่ใหญ่เคยบอกว่าพี่ห้าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในบ้าน”
แค่ประโยคเดียวก็ทำให้จี้เสียวอู่รู้สึกมีความสุข “พี่ใหญ่พูดเช่นนั้นหรือฮ่าๆๆ ที่แท้พี่ใหญ่ก็ชมคนอื่นเป็นด้วย”
หมิงเวยพูดอีกว่า “แต่จะมีประโยชน์อะไรล่ะพี่ใหญ่อยู่ที่กั๋วจื่อเจียน พี่ห้าอยู่สถานศึกษาซิ่วชาน ผู้อื่นย่อมต้องบอกว่าพี่ใหญ่เก่งกว่าอยู่แล้ว”
จี้เสียวอู่เบะปาก “เจ้าไม่ต้องจงใจกระตุ้นข้าเลย คิดจะให้ข้าก้าวหน้าใช่หรือไม่ จะบอกให้ถ้าอยากเป็นฮูหยินจื้นชื่อละก็รีบถอนหมั้นแล้วไปออกเรือนกับผู้อื่นซะ!”
หมิงเวยยิ้มตาหยี “เรื่องแต่งงานต้องยกเลิกอยู่แล้ว แต่ข้าไม่อยากเป็นฮูหยินจื้นชื่อ หากโดดเด่นด้วยบารมีของผู้อื่นมันก็ไร้ความหมาย”
จี้เสียวอู่เกาหัว “แล้วเจ้าอยากพูดว่าอะไร”
หมิงเวยกัดถังเหรินแล้วพูดว่า “อันที่จริงไม่ต้องมีชื่อเสียงในเส้นทางนี้ก็ได้ แค่พี่ห้าทำบางเรื่องให้โดดเด่นถึงแม้ท่านจะไม่เรียนท่านก็มีชื่อเสียงได้”
จี้เสียวอู่แทะถังเหรินเสร็จแล้วและพูดว่า “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าจะหลอกให้ข้าทำอะไร” หมิงเวยหยุดที่หน้าร้านเครื่องดื่มแล้วสั่งน้ำบ๊วยเย็นเพื่อดับความร้อน
“ในเมื่อพี่ห้ารู้เส้นทางของโจรลักพาตัวเหตุใดถึงไม่ทำอะไรสักอย่างล่ะ”
จี้เสียวอู่เหล่มองนาง “ข้ารู้ว่าเจ้าหลอกข้าเรื่องนี้มันง่ายที่จะจัดการหรืออย่างไร ทุกปีมีคนหายไปกี่คนกัน โจรลักพาตัวต้องย้ายถิ่นฐานไม่ใช่หรือคิดจะส่งออกนอกเมืองหลวงจำเป็นต้องมีเส