้นทางมีการค้าขายที่อยู่นอกตาผู้คนมากมายเท่าไรกันจะไม่มีคนอยู่เบื้องหลังได้อย่างไร เรื่องนี้เสมือนเชือกที่ยาวมากหนึ่งปมเชื่อมต่อกับอีกหนึ่งปมเพื่อมัดตั๊กแตนเข้าด้วยกัน จะพึ่งพาข้างั้นหรือสำหรับพวกเขาแล้วเราก็แค่มดตัวหนึ่งที่แค่เหยียบก็ตายแล้ว!”
หมิงเวยได้ฟังแล้วก็หัวเราะ “ข้ามองไม่ผิดจริงๆ พี่ห้ารู้เยอะมาก”
จี้เสียวอู่โบกมือ “เจ้าเลิกคิดไปเถอะ ท่านพ่อได้เลื่อนขั้นแล้วข้าก็แค่มีชีวิตอยู่เป็นคุณชายผู้ดีก็พอ!”
หมิงเวยดื่มน้ำบ๊วยเสร็จก็วางชามลงแล้วถอนหายใจ “ในเมื่อพี่ห้าไม่เต็มใจข้าก็ไม่บังคับ ไม่มีทางเลือกข้าคงต้องจัดการเอง”
จี้เสียวอู่มองนาง “เจ้าจะจัดการอย่างไร”
หมิงเวยหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับหน้าตนเอง “ไม่รู้ว่าใบหน้านี้จะโดดเด่นพอให้พวกเขามองเห็นหรือไม่”
!!!
“เดี๋ยว! เจ้าอย่าหาเรื่องเลย!”
หมิงเวยลุกขึ้น “ตัวฝูพวกเราไปกันเถอะ”
“เจ้าค่ะ คุณหนู” ตัวฝูจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยก็เดินตามออกจากร้านไป
จี้เสียวอู่ลังเลอยู่พักหนึ่งท้ายที่สุดเขาก็ตามออกไปแล้วพูดกับนางว่า “ข้าจัดการเรื่องนี้ให้เจ้าก็ได้ แต่ต้องตอบรับเงื่อนไขของข้าก่อน”
“พูดมาเถิด”
“สอนเคล็ดวิชาให้ข้า”
“จะยากอะไร ข้าไม่โยนพี่ห้าเข้าถ้ำหมาป่าหรอก อย่างไรก็ต้องมีความสามารถของตนเองด้วยถึงจะทำออกมาได้ดี”
ความปรารถนาอันยาวนานหลายปีของเขาเป็นจริงแล้ว จี้เสียวอู่ตาลายเล็กน้อยก่อนกล่าว “เจ้าพูดจริงนะไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่”
หมิงเวยหัวเราะ “ข้