านอาจารย์ได้พบป้ายคุ้มกัน นามของปรมาจารย์แห่งชีวิตจึงได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เมื่อคำนวณระยะเวลาดูแล้วอาจารย์ของท่านอาจารย์ในตอนนี้น่าจะเป็นเสวียนชื่อธรรมดา และป้ายคุ้มกันที่เป็นตัวแทนสถานะของปรมาจารย์แห่งชีวิตปัจจุบันยังคงสูญหายไป
นี่คือสาเหตุที่นางกล้าเรียกตนเองว่าปรมาจารย์แห่งชีวิต หมิงเวยวางพู่กันลงและถอนหายใจ
ในช่วงปีแรกๆ นางเป็นคนชอบทำตามใจต้องการ ไม่ชอบฟังท่านอาจารย์พูดเกี่ยวกับอดีต เพราะฉะนั้นเรื่องราวชีวิตของอาจารย์ นางจึงรู้แค่เพียงผิวเผินจึงไม่สามารถบอกได้ว่าหนิงซิวกับเหล่าอาจารย์มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร
อืม…บางทีนางอาจต้องเริ่มจากการเข้าหาหนิงซิว และตามหาอาจารย์ของท่านอาจารย์ หากเป็นเช่นนั้นปรมาจารย์แห่งชีวิตอาจปรากฏตัวล่วงหน้า ตนเองจะได้ไม่หัวเดียวกระเทียมลีบอีกต่อไป
………….
หยางชูจ้องมองอีกฝ่ายอยู่สักพักแล้วถอนสายตากลับไปจากนั้นก็กระโดดลงจากกำแพง “ศิษย์น้องอะไรกัน ข้าไม่เคยมีอาจารย์”
หนิงซิวกระโดดลงจากหลังคาเช่นกัน “ไม่ว่าท่านจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ วิชากระบี่ของท่านก็เป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์สอนมา”
หยางชูหัวเราะเยาะ “นอกจากท่านปู่ท่านย่าแล้ว คนสอนข้าขี่ม้า ยิงธนู กลยุทธ์ทางทหาร ประวัติศาสตร์มีอยู่มากมาย…หากต้องเรียกว่าศิษย์น้องเพราะเกี่ยวข้องกันเช่นนี้ ข้าเรียกไม่ลงหรอก” พูดจบเขาก็เดินเข้าจวนของตนเองไป
หนิงซิวไม่ได้โต้เถียงอะไรเพียงแต่เดินตามหลังอีกฝ่ายไปเท่านั้น
“คุณชาย!”
เส