่างไม่รีบร้อนว่า “คนในเมืองหลวงพูดกันว่าคุณชายสามแห่งจวนโป๋วหลิงโหวเจ้าชู้ วันๆ เอาแต่เสพสุข ใช้เงินทองแสนสบาย หมกมุ่นอยู่กับเหล่าสตรี เหตุใดวันนี้ถึงได้โกรธเช่นนี้เล่า”
หยางชูพูดอย่างเกียจคร้าน “ข้าต้องอธิบายให้ท่านฟังด้วยหรือ”
หนิงซิวไม่สนใจเขานั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วพูดต่อว่า “ปีก่อนช่วงแรกๆ ที่ข้ามาเมืองหลวง ข้าได้ยินข่าวลือเหล่านี้ก็ไม่เชื่อว่าท่านอาจารย์จะเลือกคนแบบนี้มาเป็นศิษย์ พอสอบถามเรื่องนี้จึงพบว่าเมื่อสามปีก่อนคุณชายหยางยังไม่ได้มีชื่อเสียงในเรื่องนี้ องค์หญิงใหญ่และโป๋วหลิงโหวควบคุมความประพฤติอย่างเข้มงวด นอกจากตามใจจนเหลิงแล้วก็ไม่มีเรื่องใหญ่อะไร หลังจากนั้นองค์หญิงใหญ่และโป๋วหลิงโหวจากไปสิ้นสุดหนึ่งปีของการไว้ทุกข์ คุณชายสามก็กลายเป็นตัวแทนของการประพฤติตัวสำมะเลเทเมา”
พูดถึงเรื่องนี้หนิงซิวก็เอ่ยถามต่อ “ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าเรื่องนี้มีอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า”
เดิมทีหยางชูรู้สึกไม่ยินดีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น “ท่านคิดเอาตนเองเป็นศิษย์พี่แล้วจะยุ่งทุกเรื่องของข้าเลยหรือ นักพรตคนนั้นแค่สอนวิชากระบี่ข้าเท่านั้น สิบปีแล้วที่เขาจากไปจะมาสนใจอะไรกันตอนนี้!”
“ท่านโกรธที่ท่านอาจารย์ไม่สนใจท่านงั้นหรือ”
“ฮึ!” หยางชูยกพัดชี้หน้าอีกฝ่าย “ท่านอย่ามาพูดไร้สาระข้าไม่เคยไหว้อาจารย์จะมีอาจารย์ได้อย่างไร”
หนิงซิวยิ้มบาง “ท่านยอมรับก็ดีไม่ยอมรับก็ช่าง วาระสุดท้ายขอ