นาจของไท่จื่อจึงหยิ่งผยองมาก” หมิงเวยยิ้มแล้วพยักหน้าตอบ
เด็กสาวเห็นหมิงเวยมีท่าทีไม่สนใจก็รู้สึกน่าสนุก นางแนะนำตัวให้อีกฝ่ายรู้จัก “ข้าแซ่เว่ย นามเสี่ยวอัน ครอบครัวข้าได้รับตำแหน่งอันมีเกียรติหยินชิงกวงลวี่ต้าฟู ถึงห้องเรียนแล้วรีบเข้าไปกันเถอะ” พูดจบนางก็เข้าห้องเรียนพร้อมกับเพื่อนอีกสองสามคน
หยินชิงกวงลวี่ต้าฟูเป็นขุนนางอิสระ ไม่มีตำแหน่งประจำปกติมีไว้เพื่อรับรางวัล เว่ยเสี่ยวอันผู้นี้อาจเป็นเพราะผู้อาวุโสในครอบครัวได้สร้างคุณงามความดีจึงได้รับยศข้าราชการเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจเท่าไรที่นางไม่ค่อยมีมาดของคุณหนูผู้สูงศักดิ์
อาจารย์ที่รับหน้าที่สอนวิชาหลักดนตรีเป็นหนุ่มรูปงามวัยยี่สิบปี หมิงเวยเห็นเขาเดินออกมาจากด้านหลังก็ตกใจเพิ่งทราบว่าสถานศึกษาหมิงเฉิงไม่ได้มีแค่อาจารย์ที่เป็นหญิง
เมื่อเห็นเขาออกมาเหล่าเด็กสาวที่อยู่ในห้องนี้ก็ลุกขึ้นกล่าวทักทาย “คารวะอาจารย์หนิง!” ดวงตาของทุกคนเป็นประกายดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่หมิงเวยกลับเลิกคิ้ว ไม่ใช่ว่านางไม่ชอบอาจารย์ที่เป็นชาย แต่นางรู้สึกคุ้นเคยกับบุรุษผู้นี้นัก
แต่เมื่อเห็นอาจารย์หนิงผู้นี้แต่งกายด้วยชุดฉางเผ่าของชาวเว่ยจิ้น อีกทั้งท่าทางที่ดูสง่างาม ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นดูเฉยเมยราวกับไม่ใส่ใจเรื่องราวบนโลกใบนี้
อายุของเขาน่าจะเกินยี่สิบห้าแต่ไม่ถึงสามสิบปีเป็นบุรุษที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของผู้ใหญ่ แต่ก็มีความแข็งแรงกระฉับกระเฉงของบุรุษรุ่