ท่านไปรอข้าที่ประตูสถานศึกษาสิ”
“ผู้ใดรอเจ้ากัน!” จี้เสียวอู่พึมพำแล้วโบกมือให้พรรคพวกของตนเอง “ไป! เลิกเรียนแล้ว!” เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กหนุ่มดังห่างไกลออกไป หมิงเวยก็ก้มหน้าลง คนอื่นจากไปหมดแล้วเหลือซุนเว่ยเพียงคนเดียว ซุนเว่ยที่ยังคงตกใจกลัวจึงไม่กล้ามองนาง
“เมื่อครู่ทำได้ดีนี่ไม่พูดเรื่องข้าออกไป” ผู้ใดจะรู้ว่าซุนเว่ยที่ได้ยินประโยคนี้จะร้องไห้ออกมาเสียงดัง
“พวกนางไม่ปล่อยข้าไว้แน่ พวกนางไม่ปล่อยข้าแน่…”
“พวกนาง…” หมิงเวยถามด้วยความสนใจ “เจ้าหมายถึงพวกคุณหนูสามตระกูลเหวินน่ะหรือ”
ซุนเว่ยนั่งยองๆ บนพื้นแล้วขดตัวเป็นลูกกลมๆ นางกอดแขนตนเองด้วยท่าทางดูหวาดกลัว ไม่ว่าจะพูดอย่างไรซุนเว่ยก็เป็นบุตรสาวขุนนาง เหตุใดถึงมีท่าทางหวาดกลัวเช่นนี้ได้
หมิงเวยนั่งลงตามนางแล้วถามออกไป “พวกนางทำอะไรเจ้ากันแน่ถึงทำให้เจ้าหวาดกลัวเช่นนี้ เจ้าไม่ใช่หัวหน้าห้องหรอกหรือ อาจารย์ทั้งหลายคงไว้ใจเจ้ามาก พวกนางรังแกเจ้าทำไมเจ้าไม่ไปบอกอาจารย์ล่ะ”
“เจ้าไม่เข้าใจหรอก!” ซุนเว่ยตะโกนออกมา
หมิงเวยตบหัวนางเบาๆ “เพราะข้าไม่เข้าใจถึงได้ถามเจ้าไง!”
ซุนเว่ยตัวสั่นอยู่นานกว่าจะพูดออกมา “พวกนางจับข้ากดน้ำพอข้าเกือบหมดลมหายใจถึงดึงข้าขึ้นมาจากนั้นก็กดลงไปอีก…”
หมิงเวยเลิกคิ้วคุณหนูพวกนั้นเล่นกันโหดร้ายถึงเพียงนี้เลยหรือ นี่เป็นการทรมานที่ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เลย
“ข้าก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่พวกนางบอกว่าหากไม่เร