มันก็งั้นๆ พ่อเจ้าก็แค่ขุนนางเล็กๆ ยังจะกล้าอวดดีอีกหรือ”
จี้เสียวอู่ตอบอย่างเกียจคร้าน “ผู้ใดอวดดีกัน ข้าไม่เคยพูดถึงขุนนางเล็กอย่างพ่อข้าเลย หลีจู่ เจ้าได้ยินหรือไม่ สู่จ้ง เจ้าล่ะ”
“ไม่เลย! พี่ห้าไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลยไม่เหมือนคนบางคนพูดอยู่ทุกวันว่าพ่อตนเองเป็นผู้ตรวจการ ช่างกล้าพูด ในเขตเมืองหลวงป้ายแขวนตกลงมาก็ทับขุนนางขั้นสามตายได้ ผู้ตรวจการเล็กๆ ผู้หนึ่งไม่ต่างอะไรกับผายลม!”
“ใช่ ผู้ตรวจการไม่ใช่ขุนนางขั้นห้าหรอกหรือ” จี้เสียวอู่มองซ้ายขวา
“ใช่ ถูกเลย!”
เขายิ้มตาหยี “จ้าวต้า ต้องขอโทษจริงๆ ท่านพ่อของข้าเพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นซือเยว่ของกั๋วจื่อเจียนถึงอันดับจะไม่สูงนักก็แค่ขุนนางขั้นสี่ ชั้นโท เห็นหรือไม่สูงกว่าบิดาของท่านครึ่งชั้น…”
“ฮ่าๆๆ” พวกเด็กหนุ่มหัวเราะออกมาเสียงดัง
ทางฝั่งจ้าวต้าก็มีพรรคพวกเมื่อได้ยินคำพูดนั้นพวกเขาก็โต้เถียงขึ้นมา “ซือเยว่ของกั๋วจื่อเจียนเก่งแล้วงั้นหรือก็แค่อาจารย์รับจ้าง!”
“เฮอะ! ผู้ตรวจการมีอะไรเก่งกาจกันวันๆ ตรวจที่โน่นที่นี่อย่างกับสามนางหกแม่[2]!”
“เจ้าว่าอะไรนะ เจ้าหาว่าพ่อข้าเป็นกลุ่มสตรีงั้นหรือ”
“แล้วจะทำไม อยากมีเรื่องนักหรือ งั้นเจ้าก็เข้ามาเลย!”
“ก็เอาสิ! ถ้าเสือไม่แสดงพลังก็เป็นแมวป่วยแล้ว!”
“เฮอะ! ข้าไม่มาตั้งหลายวันท่านก็ทำตัวเป็นใหญ่เลยหรือ ช่างหน้าใหญ่จริงๆ! วันนี้ข้าจะแสดงให้ดูเองว่าตนเองมีดีอย่างไร!”
ชั่วพริบตาเสียงต่อสู้จากอี