รย์ผู้ช่วยก็เดินทางเข้ามาสอน หมิงเวยดูเหมือนฟังการบรรยายอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ที่จริงนางใจลอยไปบนฟ้าแล้ว
หลังจากนั่งเรียนมาครึ่งค่อนวันในที่สุดก็ถึงเวลาทานอาหาร หมิงเวยมาที่ห้องอาหารเพื่อหาที่นั่งส่วนตัวฝูไปนำอาหารมาให้
ในขณะที่นางนั่งพักปกติก็มีเด็กสาวหน้ากลมผู้หนึ่งนั่งลงฝั่งตรงข้าม “นั่นสาวใช้ของเจ้าหรือ” อีกฝ่ายถามอย่างคุ้นเคยพลางเชิดคางไปทางตัวฝู
“ใช่!” หมิงเวยตอบกลับอย่างสบายๆ จำได้ว่านางก็เป็นนักเรียนห้องหลิงหานเหมือนกัน
“เจ้าเป็นคนจากตระกูลไหนหรือ สาวใช้หน้าตาน่าเกลียดเช่นนี้เหตุใดถึงได้พาออกมาให้ขายขี้หน้ากัน” ดวงตาของหมิงเวยจับจ้องไปที่ใบหน้าของนาง ผ่านไปสักพักจึงแย้มยิ้มออกมา “ไม่ทราบว่าแม่นางมีนามว่าอะไรหรือ”
“ข้าแซ่เหวิน นามหรู ท่านลุงของข้าคือเฉิงเอินโหว” อีกฝ่ายแนะนำตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ
อ้อที่แท้ก็คุณหนูจากตระกูลของฮองเฮา
“คุณหนูเหวิน” หมิงเวยพูดอย่างเอื่อยเฉื่อย “ข้าเป็นคนจากตระกูลไหนไม่เกี่ยวอะไรกับท่านมิใช่หรือ พาสาวใช้น่าเกลียดมาอย่างไรเสียคนที่ขายหน้าก็เป็นข้า”
น้ำเสียงของนางดูเรียบง่าย แต่คำพูดหาได้มีความเกรงใจอะไร เหวินหรูมีสีหน้าเย็นชานางพูดกลับเสียงเย็น “ข้าถามท่านอย่างสุภาพเพราะพวกเราไม่รู้ว่าเจ้าเป็นคนจากตระกูลไหน ที่นี่มีขุนนางบู๊บุ๋นมากมาย คนแซ่หมิงก็มีเพียงตระกูลที่เพิ่งหมดอำนาจไปไม่นานไม่รู้ว่าท่านถอนตัวออกมาได้อย่างไร ฮึ ลูกหลานของขุนนางต้องอาญามาอย