เขาจากไป เขาก็กลอกตาไปมาอย่างหมดหวัง ถ้าจะจากไปแล้วช่วยมาปลดจุดเลือดลมบนร่างกายให้เขาก่อนไม่ได้หรือ!
ไม่รู้ว่าหยางชูได้ยินเสียงในใจของเขาหรือเปล่า เพราะมีใบไม้ปลิวไปมาในเวลากลางคืนและกระทบบนร่างกายเขา
จี้เสียวอู่รู้สึกเจ็บที่ไหล่ของเขาแล้วเขาก็พ้นจากสถานการณ์ที่ไม่สามารถขยับร่างกายหรือพูดคุยได้
เขาดึงผ้าที่อุดหูออกแล้วถามหมิงเวยว่า “เจ้ากับเขามีความสัมพันธ์อะไรกัน”
หมิงเวยตอบอย่างไม่ยี่หระ “ความสัมพันธ์อะไรหรือ”
จี้เสียวอู่ไม่เชื่อนางแม้แต่น้อย “เจ้าคิดว่าข้าไม่มีตาหรือไง พวกเจ้านั่งใกล้กันขนาดนั้น ตอนหลังเขาดูเหมือนเขินอายด้วย บอกมาเขามาสารภาพรักกับเจ้าใช่หรือไม่”
“….” เด็กน้อย เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว!
หมิงเวยเตรียมจะกลับไปแต่ถูกจี้เสียวอู่รั้งตัวไว้ “ถึงข้าจะไม่ต้องการเจ้า แต่ข้าก็ไม่ยอมให้ตนเองไม่รู้เรื่องอะไรเลย! ข้าจะบอกเจ้าให้เขามีดวงกินภรรยาแค่หมั้นหมายก็ทำให้ฝ่ายหญิงถึงแก่ชีวิตได้ …”
จู่ๆ หมิงเวยก็พูดขึ้นมา “พี่ห้า”
จี้เสียวอู่สับสนในน้ำเสียงของนาง “อะ อะไร”
“ขอบคุณที่ท่านเป็นห่วงข้าขนาดนี้ถึงแม้ท่านไม่ต้องการข้า รังเกียจข้า คิดจะทอดทิ้งข้า แต่ก็เป็นห่วงข้าขนาดนี้”
“….” จี้เสียวอู่รู้สึกสับสนเล็กน้อยประเด็นของคำพูดนี้คืออะไร นางขอบคุณเขาที่เป็นห่วงนางหรือ เหตุใดฟังดูเหมือนกล่าวหาว่าเขาไร้น้ำใจไร้คุณธรรม
“เสียวอู่ เจ้าทำอะไรน่ะ” ในที่สุดคนที่จวนข้างเคียงก็พบพวกเขา จี้หลิงยืนอยู