เมื่อหยางชูออกจากประตูพระราชวัง อาสวนก็ได้มายืนรออยู่ก่อนแล้ว
“คุณชายขอรับ ก่อนหน้านี้ฮูหยินซื่อจื่อ…” เขาเอนตัวเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่าง
หยางชูหัวเราะเยาะ “ช่างโง่เสียจริง! รู้ว่าข้าทำงานในหวงเฉิงซือก็ยังกล้าพูดไร้สาระในเรือนอีก!”
อาสวนพูดเสียงเบา “ตอนนี้อาหว่านโกรธมากขอรับ”
“อย่าให้นางลงมืออะไร” หยางชูบอกเสียงเย็น “จับตาดูตระกูลหลูไว้”
อาสวนเข้าใจความหมายของเขาทันที “ขอรับ”
เขากระโดดขึ้นหลังม้า อาสวนจึงรีบตามเขาไป ทั้งสองขี่ม้าผ่านเขตถนนหลายสายเงียบๆ และเมื่อมาถึงทางแยกที่มุ่งหน้าไปจวนโป๋วหลิงโหว หยางชูก็หยุดเคลื่อนไหว
“คุณชายขอรับ” หยางชูตอบ “เจ้ากลับไปก่อน”
“แต่ว่าคุณชาย…”
“เดี๋ยวข้ากลับไปเอง” อาสวนรู้ว่าตอนนี้คุณชายอารมณ์ไม่ค่อยดี
“ขอรับ” จากนั้นอาสวนจึงขี่ม้าไปในเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังจวนโป๋วหลิงโหว เมื่อหันกลับไปก็เห็นว่าหยางชูหันไปอีกทาง ถนนสายนี้ไม่ใช่เส้นทางกลับไปยังพระราชวัง แล้วก็ไม่ใช่เส้นทางไปยังศาลว่าการแล้วคุณชายจะไปที่ไหนกัน
…………..
ตกกลางคืน
หมิงเวยและครอบครัวจี้มาคุยกันที่ลานบ้าน จี้ฮูหยินและลูกสะใภ้คุยกันเรื่องซื้อเสื้อผ้าสำหรับใส่ในฤดูร้อนเพิ่ม นายท่านจี้กับจี้หลิงก็คุยกันเรื่องคดีความของตระกูลหมิง
จี้เสียวอู่อยากคุยกับตัวฝู แต่ก็ถูกจูเอ๋อร์ตื๊อให้ไปเล่นซ่อนหาด้วย หมิงเวยมองแสงจันทร์ที่ส่องสว่างกำลังดีจึงปีนข้ามกำแพงไปยังจวนข้างเคียงที่เพิ่งซื้อเพื่อฝึกซ้อม
ผ่านไ