ปสักพักนางได้ยินเสียงสวบสาบตามด้วยร่างของจี้เสียวอู่ที่พึมพำกับตนเองว่า “เล่นซ่อนหาอะไรกันมาซ่อนที่นี่คงหาเจอหรอก” เขาถ่มน้ำลายลงบนฝ่ามือแล้วปีนขึ้นกำแพงสูงขึ้นไปบนหลังคา
จี้เสียวอู่พอใจกับทักษะการปีนกำแพงนี้มาก เมื่อก่อนมารดาของตนมักจะลงกลอนประตูเพื่อขู่เขาอยู่เสมอจะไม่ยอมให้เขาเข้าบ้านหากเขากลับบ้านดึก แต่เรื่องนี้ไม่สามารถหยุดจี้เสียวอู่ที่ชอบออกไปเที่ยวข้างนอกได้ เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียนรู้ที่จะปีนกำแพงได้อย่างรวดเร็ว
พอไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเขาก็รู้สึกภูมิอกภูมิใจความสามารถในการปีนกำแพงนี้เขาสามารถเป็นนักย่องเบาได้เลยใช่หรือไม่
ทันทีที่เขายืนบนหลังคาอย่างมั่นคงเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นหมิงเวยนั่งไขว้ขาอยู่บนสันหลังคา เขาร้องเหวอออกมาด้วยความตกใจจนเท้าเกิดลื่นเกือบตกจากหลังคา โชคดีที่เขาคว้ากระเบื้องหลังคาไว้ได้ทัน
“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” หมิงเวยไม่ตอบรับ
ภายใต้แสงจันทร์ นางนั่งตัวตรงสองมือวางบนเข่าอยู่ในท่านั่งสมาธิ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงไว้อาลัยนางจึงแต่งกายเรียบง่าย เมื่อลมพัดชายเสื้อสีขาวพัดปลิวราวกับว่าอีกเพียงครู่นางก็จะกลายเป็นเซียน
จี้เสียวอู่เกือบตกอยู่ในภวังค์ผ่านไปสักพักเขาถึงหาเสียงตัวเองเจอ “เจ้าทำอะไร”
เขาเดินไปรอบๆ หมิงเวยสองรอบแล้วก็พบคำตอบ “อ้อ ตัวฝูสอนเจ้างั้นหรือ ที่ข้าเห็นเป็นเรื่องจริงหรือเจ้าเรียนมานานเท่าไรแล้ว” งูขาวบนไหล่ของนางบิดตัวไปมา เขาไม่ชอบกลิ่นอ