าดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตารังเกียจ
จี้เสียวอู่ไม่พอใจถึงเขาจะไม่ต้องการแต่งงานแต่นี่เป็นเรื่องของตน มีสิทธิ์อะไรให้ผู้อื่นมาดูถูกกัน! แล้วเขาก็ถามหมิงเวย “เขาเป็นผู้ใดกันดึกดื่นเช่นนี้แอบเข้ามาทำอะไรกัน พวกเจ้านัดพบส่วนตัวงั้นหรือ”
หมิงเวยหัวเราะ “ท่านก็อยู่ด้วยจะเรียกว่านัดพบส่วนตัวได้อย่างไร”
ไม่เคยเห็นการนัดพบส่วนตัวกับบุรุษต่อหน้าคู่หมั้นของตนเองมาก่อนเลย
จี้เสียวอู่พูดขึ้นว่า “แต่ข้าไม่ได้พาเขามาที่นี่ เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเขาเป็นผู้ใด!”
หมิงเวยชี้ “หยางชู”
“หยาง…” จี้เสียวอู่ครุ่นคิด “เหตุใดถึงได้คุ้นชื่อนี้นะ!”
มองแล้วมองอีกแล้วเขาก็จำขึ้นมาได้ “อา แต้มสีชาด! จวนโป๋วหลิงโหว…”
หยางชูพูดขึ้นว่า “ขอโทษนะ แต่ข้ามีเรื่องจะพูดกับนาง”
หมายถึงให้ช่วยออกไปก่อนได้หรือไม่
จี้เสียวอู่กะพริบตาแล้วถามหมิงเวย “เจ้าคิดจะไล่คู่หมั้นตนเองเพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับบุรุษหยาบคายผู้นี้น่ะหรือ พวกเจ้าคิดจะทำอะไรยังไม่ทันแต่งงานก็จะสวมหมวกเขียว[1]ให้ข้าแล้วหรือ”
หมิงเวยหันกลับไปถามหยางชู “คนหยาบคาย ท่านพูดเถอะ”
หยางชูเลิกคิ้วมองวันนี้เขาอารมณ์ไม่ค่อยดีจริงๆ
เขาถามจี้เสียวอู่ “จะไม่ไปจริงๆ ใช่หรือไม่” จี้เสียวอู่ยืนกรานส่ายหน้า
ล้อเล่นน่ะ งานแต่งงานนี้เขาก็ไม่ต้องการเช่นกัน แต่เขาก็ไม่สามารถให้คนอื่นมาสวมหมวกเขียวให้ได้ เขาจะไม่ไปไหนเด็ดขาด!
หยางชูพยักหน้า “ได้” สิ้นเสียง เขาก็ยื่นนิ้วออก