ิงเวยลูบหัวของมันแล้วพูด “เจ้าออกไปดูหน่อยว่าเป็นผู้ใด”
“เจ้าค่ะ” แล้วงูขาวก็หายวับออกไป
การกระทำของนางทำให้จี้เสียวอู่ตกใจ “เจ้ากำลังคุยกับผู้ใดกัน” เขามองไปรอบๆ ที่นี่ยังมีคนอื่นอยู่อีกหรือ หรือว่าเป็นอย่างอื่นกัน…
ในตอนนั้นเองมีคนจากด้านนอกกระโดดข้ามกำแพงเข้ามาชั่วพริบตาคนผู้นั้นก็มาอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
จี้เสียวอู่เบิกตากว้าง “โจรๆๆ พวกย่องเบา”
หมิงเวยเหลือบมองเขา “โจรย่องเบาบ้านท่านแต่งกายดีขนาดนี้เลยหรือ”
“…..”
ไม่ใช่โจรย่องเบาหรอกหรือ จี้เสียวอู่มองอย่างละเอียดพบว่าคนผู้นี้น่าจะอายุมากกว่าตนอยู่สองสามปีเขาสวมชุดจิ่นเผาสีดำมัดผมด้วยหยกกวาน ภายใต้แสงจันทร์ขับให้เขามีรูปโฉมเหนือมนุษย์มีเพียงสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไร
เขารู้สึกอิจฉาเล็กน้อย เด็กหนุ่มในช่วงวัยเยาว์ร้อนอกร้อนใจอยากจะก้าวเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่ แต่ด้วยวัยของเขาที่ยังไม่ถึง ถึงแม้จะมีรูปร่างสูงแต่ก็ผอมบาง สำหรับคนตรงหน้าที่ดูอายุมากกว่าเขาไม่กี่ปีและดูเหมือนเพิ่งได้เข้าสู่ช่วงวัยนี้ไปได้กลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่…
“เจ้ารู้จักเขางั้นหรือ”
หมิงเวยพยักหน้าแล้วหันไปถามหยางชู “ดึกเพียงนี้แล้วท่านมาทำอะไรที่นี่ ดูจากการแต่งกายแล้วท่านเพิ่งไปพบแขกมางั้นหรือ”
“อืม” หยางชูตอบรับแล้วมองไปยังจี้เสียวอู่
“ลูกพี่ลูกน้องของข้าเอง” นางตอบ
หยางชูโพล่งออกมา “คู่หมั้นเจ้างั้นหรือ”
“ใช่!” หยางชูกว