รเปิดเผยต่อสาธารณะ เรื่องราวของนางควรถูกซ่อนอยู่ในคดี แต่หมิงเวยได้สร้างคุณงามความดีอย่างใหญ่หลวง เมื่อฮ่องเต้ทรงตรัสถามจึงคิดนำความดีความชอบส่วนนี้ไปไว้ที่จี้ชู
เมื่อบอกในสิ่งที่คิดออกไปหมดแล้วหยางชูก็โล่งใจ สามารถรักษาครอบครัวของฉีตงจวิ้นอ๋องเอาไว้ได้ สตรีและเด็กในตระกูลหมิงถูกตัดสินว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ไม่ว่าอย่างไรฮ่องเต้ก็ทรงเป็นเจ้าแผ่นดินผู้มีความเมตตาที่หาได้ยาก
“เรื่องที่เหลือไว้ค่อยคุยกันวันรุ่งขึ้นเถอะ” ฮ่องเต้มองเขาด้วยรอยยิ้ม “หลายวันมานี้ลำบากเจ้าแล้วหากไม่ปล่อยเจ้ากลับไปเกรงว่าสนมเผยจะโกรธข้าได้”
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหยางชู “เป็นสิ่งที่กระหม่อมควรทำแล้วพะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พูด “ตอนนี้เจ้าโตแล้วสามารถดูแลทุกอย่างได้เป็นอย่างดี แต่เจิ้นก็นึกถึงเจ้าเมื่อครั้นยังเป็นคนไร้แก่นสารอยู่นะ รู้สึกเหมือนเราใกล้ชิดกันมากกว่า”
หยางชูตอบ “กระหม่อมไม่สามารถทำตัวไร้แก่นสารไปตลอดชีวิตได้ ไม่อย่างนั้นท่านย่าที่เสียไปแล้วจะสบายใจได้อย่างไร…” พูดถึงประโยคหลังเสียงของเขาก็เบาลง
ฮ่องเต้นึกถึงพระเชษฐภคินีก็อดเศร้าไปด้วยไม่ได้ “เจ้าที่เป็นเช่นนี้พี่ใหญ่ต้องสบายใจแน่นอน เอาล่ะ กลับไปพักผ่อนเถอะ เรื่องพวกนี้ให้เจี่ยงชิงจัดการ เจ้ากลับไปพักสักสองสามวันค่อยเข้าวังมาพบท่านน้าของเจ้าแล้วกัน”
“เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา” หยางชูออกจากพระราชวัง เขากระโดดขึ้นขี่ม้า สายตามองพระราชวังที่สูงตร