ะหง่านและเงียบไปชั่วขณะ
………
เมื่อคืนหมิงเวยหลับสบายมากนางตื่นขึ้นในตอนเช้าอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่นแล้วพาตัวฝูออกไปทานมื้อเช้า เมื่อมาถึงห้องโถงพบว่าเหล่ารุ่นเยาว์มากันครบแล้ว
จี้เสียวอู่ก้มหัวลงแล้วเขาก็ถูกหลานสาวหัวเราะใส่ “ท่านอาเขิน บวมๆ!”
ใบหน้าอันหล่อเหลาบอบบางของเขานั้นตรงหน้าผากบวมปูด ซึ่งจี้หลิงกำลังทายาดองให้เขา จี้เสียวอู่เจ็บจนต้องกัดฟันแน่น แต่ก็ยังตีฝีปากกับหลานสาว
“โทษท่านพ่อของเจ้าเลยเขาทำให้ข้าตกลงมา!”
พอพูดจบจี้หลิงก็ออกแรงกดจนจี้เสียวอู่กระเด้งตัวขึ้นร้อง ‘โอ้ย’
เสี่ยวจู่เอ๋อร์ที่ถูกอีกฝ่ายทำท่าตลกใส่ก็หัวเราะพอหันหน้าไปอีกทางก็เห็นหมิงเวยเดินเข้ามาจึงชูมือตะโกนขึ้นว่า “ท่านอาหญิง!”
จี้เสียวอู่คิดในใจท่านพี่กลับมาเยี่ยมบ้านหรือ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองภาพที่เห็นกลับไม่ใช่พี่สาวคนใดคนหนึ่งในสองคนของเขา
แม่นางผู้นั้น…เขากะพริบตา
เสียงของพี่สะใภ้ดังขึ้น “เสียวอู่ นี่คือลูกพี่ลูกน้องของเจ้า เมื่อคืนวานเจ้ากลับมาช้าเลยไม่ได้พบกัน”
หมิงเวยทำความเคารพเขา “คารวะพี่ห้าเจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่กลับไม่ตอบรับอะไร ดวงตาของเขาจ้องไปที่นางตรงๆ ไม่แม้แต่จะกะพริบตา จี้หลิงเห็นเขาทำตัวไม่ปกติจึงผลักรอยบวมที่หน้าผากของเขา
“น้องหญิงเรียกเจ้า!”
จี้เสียวอู่กระโดดขึ้นร้อง ‘โอ้ย’ อีกครั้งแล้วชี้ไปทางหมิงเวยจากนั้นก็ตะโกนขึ้นมาว่า “ท่านพี่! ผู้ที่ข้าพบเมื่อคืนเป็นนาง นางหลอกให้ข้าปีนเชือก!”
จี้หลิ