าดีของเหนียงเหนียง”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณ “หากจะปฏิเสธก็เป็นการไม่แสดงความเคารพ เช่นนั้นรบกวนกงกงช่วยขอบพระทัยพระสนมแทนข้าน้อยด้วย”
ทั้งสองฝ่ายพูดคุยอีกไม่กี่คำก็แยกกัน เจี่ยงเหวินเฟิงนำกล่องอาหารเข้าไปในรถม้าของตนที่จอดรออยู่ที่ประตูวัง เขาหิวมากจริงๆ จึงเปิดกล่องอาหาร ช่างเป็นของว่างที่แสนพิถีพิถัน สัมผัสนุ่มนวลรสชาติเป็นเลิศ เจี่ยงเหวินเฟิงนึกถึงสนมเผยที่เตรียมของว่างเหล่านี้ก็ถอนหายใจไม่หยุด
………
อีกด้านหนึ่ง ชุยชุ่นนำของว่างแบบเดียวกันมาวางไว้บนโต๊ะทรงงานและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เหนียงเหนียงตรัสว่าฝ่าบาทเป็นกังวลเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของบ้านเมือง ต้องลืมเสวยพระกระยาหารเป็นแน่จึงสั่งให้นางกำนัลนำของว่างมาถวายพะย่ะค่ะ”
ใบหน้าที่ตึงเครียดของฮ่องเต้คลายลง รอยยิ้มที่ไม่สามารถเข้าใจได้ปรากฏบนใบหน้าของเขา “สนมเผยคิดรอบคอบเสียจริง เจ้ากลับไปบอกนางให้นางนอนก่อนได้เลย ไม่ต้องรอข้า”
“พะย่ะค่ะ” ชุยชุ่นนำบะหมี่น้ำใสชามเล็กมาวางตรงหน้าหยางชู “เหนียงเหนียงตรัสว่า คุณชายสามจากเมืองหลวงไปเป็นเดือนคงอยากทานบะหมี่อิ๋นซือของวังหลวงเป็นแน่จึงสั่งให้พ่อครัวเตรียมไว้ให้ ให้รีบทานเสียตั้งแต่ตอนที่ยังร้อนแล้วกลับไปพักผ่อนเถิด ทุกคนกลับมาแล้วไม่ว่าจะมีเรื่องมากมายแค่ไหนก็ไม่ต้องเร่งรีบ”
ฮ่องเต้ได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ “นางตั้งใจเตรียมอาหารมื้อดึกให้จูเอ๋อร์เป็นพิเศษเลย ของเจิ้นคือถือโอกาสทำไปด้วยเ