หนุ่มน้อยอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดปี สวมชุดสีเขียวซึ่งดูเหมือนจะเป็นเครื่องแบบของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง เพราะเขานั่งอยู่บนสันกำแพงจึงคาดคะเนส่วนสูงไม่ออก แต่พอแยกแยะรูปร่างผอมบางได้เลือนราง
แค่เห็นครั้งแรกหมิงเวยก็รู้ว่าคนผู้นี้คือพี่ห้าที่ไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นแน่นอน ใบหน้าของพี่ห้าผู้นี้เหมือนผู้เป็นบิดามาก มีหน้าตาชวนน่ามองและดูสุภาพเรียบร้อย หมิงเวยไม่ได้เป็นคนละเอียดอ่อนเรื่องรูปลักษณ์หน้าตาเพียงแค่มองผ่านไปเท่านั้น
“พระจันทร์ลอยเด่นเหนือทะเล ที่อยู่บนเส้นขอบฟ้าเดียวกัน คนรักยังทะเลาะกันตลอดคืน สิ้นสุดคืนก็กลับมารักกัน…” เขาเอียงศีรษะหยุดชะงักไปครู่หนึ่งแล้วท่องกวีต่อ “ได้ยินว่าเหนือทะเลมีเขาเซียนชาน แต่สำหรับข้าช่างยากจะไขว่คว้า มีแต่ความว่างเปล่าที่คลุมเครือ…”
ทันใดนั้นหน้าต่างของเรือนข้างเคียงจู่ๆ ก็เปิดออกพร้อมกับเสียงดัง ‘ป๊อก’ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายขว้างอะไรมาโดนหลังพี่ห้าผู้นั้่นกัน
จากนั้นก็มีเสียงตะโกนด่าขึ้นมาว่า “จี้เสียวอู่ ดึกป่านนี้แล้วทำบ้าอะไร รบกวนเวลานอนคนอื่นเขา!”
หนุ่มน้อยที่นั่งบนกำแพงหันหน้าตะโกนบอกเพื่อนบ้าน “ท่านป้าชี คืนนี้เป็นคืนที่ดีท่านจะนอนไปทำไมกัน มาๆๆ มาชมพระจันทร์ด้วยกันเถอะ!”
คำพูดนี้หากเปลี่ยนจากหนุ่มน้อยเป็นชายหนุ่มที่โตกว่านี้อีกหน่อยจะกลายเป็นล่วงเกินไปเลย โชคดีที่เขาเกิดมาในครอบครัวที่ดี หากลดการพูดจากำเริบเสิบสานนั้นลงหน่อย ความเยาว์ที่ไร้พันธน