าการของหนุ่มน้อยคงไม่สับปรับเช่นนี้
ท่านป้าชีถูกเขาหยอกล้อจึงรีบตอบกลับ “ข้าอยากชมดวงจันทร์จำเป็นต้องชมกับเจ้าด้วยหรือ หากยังไม่กลับไปนอนอีกระวังจะโดนบิดากับพี่ชายเจ้าตีแล้วกัน!”
พูดจบนางก็ปิดหน้าต่างอย่างแรง
“โอ้!” เด็กหนุ่มถอนหายใจแล้วท่องกวีต่อ “วันเวลาที่ดีเช่นนี้ ค่ำคืนเช่นนี้ รอ…”
ยังไม่ทันได้พูดประโยคหลังจนจบเขาก็เห็นหญิงสาวยืนอยู่ท่ามกลางดอกไม้ในลานบ้านและเขาก็โพล่งออกมาว่า “มีคนอยู่ท่ามกลางสายลมในยามค่ำคืนจริงหรือ”
คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงและลานบ้านสว่างไสวราวกับสายน้ำ เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหญิงสาวนั้นท่าทางนุ่มนวล ใบหน้างดงามเสียจนไม่เหมือนมนุษย์จริงๆ นางสวมเสื้อผ้าเรียบๆ บางๆ ภายใต้สายลมยามค่ำคืนที่พัดไหวราวกับว่าอีกครู่นางจะโบยบินลับหายไป
“อา เทพธิดา” เขาเกาหัวด้วยความสับสน “หรือว่าเทพธิดาจะเห็นถึงความจริงใจของข้าจึงมาเพื่อชี้แนะข้าเป็นพิเศษใช่หรือไม่”
พูดแล้วเขาก็ก้มหน้าลงถามหมิงเวย “ท่านเทพธิดามีนามว่าอะไรหรือ ท่านมาเพื่อสอนเคล็ดวิชาให้ข้าใช่หรือไม่”
หมิงเวยไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับ ‘คู่หมั้น’ ของตนเองในสถานการณ์เช่นนี้
เมื่อนางเห็นพี่ห้าตรงหน้าแล้วก็ชวนให้นึกถึงศิษย์น้องของตน พวกเขาสองคนไม่เหมือนกันเลย จี้เสียวอู่ผู้นี้ดูเป็นหนุ่มน้อยบ้าระห่ำ แต่ศิษย์น้องของตนเป็นคนที่ซื่อสัตย์
แต่ครั้งแรกที่ศิษย์น้องพบพวกเขา เขาดึงแขนเสื้อของท่านอาจารย์แล้วถามว่า “ท่านเป็นเทพหรือ สอนเค