ช่เจ้าค่ะ”
“พี่มาคิดดูอีกที สถานการณ์เมื่อครู่แปลกไปนิดหน่อยเหมือนว่าเป้าหมายของพวกเขาก็คือน้อง…”
“ใช่เจ้าค่ะ”
จี้หลิงยิ่งสับสน “ทำไมพวกเขาต้องจับตัวน้องด้วย”
หมิงเวยตอบ “พูดกันตามตรง พวกเขาต้องการจับน้องเพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินการของพวกเขาจะสำเร็จเจ้าค่ะ”
จี้หลิงเงียบไปชั่วครู่ แต่ก็ถามต่อไปว่า “ทำไมหรือ”
“เพราะว่า…”
หมิงเวยไม่รู้จะตอบอย่างไรไปชั่วขณะ เป้าหมายของอีกฝ่ายคือการฆ่าพวกเราทั้งหมดที่พุ่งเป้ามาที่นางก็เพราะได้วางเหยื่อล่อที่มีชื่อว่าปรมาจารย์แห่งชีวิตไว้ และเพื่อให้ชิงหลินได้มีโอกาสแสดงเคล็ดวิชาของตนเองออกมาด้วย
แต่นางจะบอกเรื่องนี้กับจี้หลิงได้อย่างไร แล้วจี้หลิงก็เอ่ยถามก่อนโดยไม่คาดคิด
“น้องรู้เคล็ดวิชางั้นหรือ”
“…..”
เกิดความเงียบภายในรถจี้หลิงพูดต่อไปว่า “เรื่องของน้องตอนอยู่ที่ตงหนิง พี่ไปสอบถามมาแล้ว เริ่มตั้งแต่น้องกลั่นแกล้งนายท่านสอง เรื่องนี้มีจุดที่แปลกออกไป ก่อนหน้านี้น้องบอกว่าน้องให้การช่วยเหลือพวกเขา เดิมทีพี่คิดว่าเป็นเพียงให้เบาะแสบางอย่างหลังจากนั้นพอมาคิดดูอีกทีเบาะแสที่น้องให้นั้นต้องไม่ธรรมดาแน่ถึงได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากพวกเขาได้”
เขาหายใจเข้าลึกๆ “น้องเป็นเสวียนชื่อหรือ”
หลังจากนั้นไม่นานเสียงแผ่วเบาก็ดังมาจากในรถ “พี่ใหญ่กลัวหรือไม่เจ้าคะ”
จี้หลิงกลับถามออกไป “ทำไมพี่ต้องกลัวด้วย” เขาครุ่นคิดแล้วตอบไป “ที่มาของเคล็ดวิชาของน้องดูแปลกไปหน่อย มีเ