งไม่ส่งอาหว่านมา
ตัวฝูถึงแม้จะมีพลังมาก แต่นางไม่มีพื้นฐานวรยุทธ์จึงยังคงลังเลที่จะคาดหวังให้นางปกป้องหมิงเวย อาหว่านนั่งไปสักพักเห็นตัวฝูยังคงทำสีหน้าท่าทางและทำปากขมุบขมิบก็ทนไม่ไหว
“เจ้าคิดว่าเรียนวรยุทธ์มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ ข้าต้องฝึกหม่าปู้[1] มัดกระสอบทรายทุกวันตั้งแต่อายุหกขวบ ฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลาสิบปีกว่าจะได้เป็นอย่างที่ข้าเป็นอยู่ตอนนี้ เจ้ามานั่งกอดเท้าพระพุทธรูป[2]แบบนี้มันดีตรงไหนกัน”
ตัวฝูร้องเฮอะและตอบกลับอย่างดูถูก “คุณหนูบอกว่าหากเรียนรู้กลเม็ดทั้งสามนี้ข้าก็กลายเป็นยอดฝีมือแล้ว!”
อาหว่านหัวเราะ “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเฉิงเหย่าจิน[3]หรืออย่างไร เรียนแค่สามอย่างนี้ก็เพียงพอแล้ว ช่างน่าขัน!”
ตัวฝูไม่สนใจนางมือยังคงทำท่าทางต่อไป อาหว่านรู้สึกน่าเบื่อจึงหันไปมองหมิงเวย แต่กลับเห็นนางหลับตาพิงผนังรถอยู่ ดูไม่สนใจทุกสิ่งอย่าง
อาหว่านทนไม่ไหวจึงถามออกไป “วันนี้อาจมีการต่อสู้ที่รุนแรง ท่านไม่กังวลสักนิดเลยหรือเจ้าคะ”
หมิงเวยลืมตาขึ้นและหลับตาลงอีกครั้ง “ทำไมข้าต้องกังวลด้วยข้าเป็นแค่สมาชิกในครอบครัวของนักโทษ สร้างความดีความชอบเพียงเล็กน้อยจึงได้รับการให้อภัย หากเกิดเรื่องขึ้นจริงความรับผิดชอบก็ไม่ได้ตกมาอยู่ที่ข้าเสียหน่อย”
อาหว่านตกตะลึง “ทำไมท่านถึงคิดว่าไม่เกี่ยวกับตนเองเล่าเจ้าคะ”
“เพราะว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!”
นางตอบออกมาง่ายๆ อาหว่านฟังแล้วก็