รู้สึกกลุ้มใจ อยากจะลงจากรถทันทีโดยไม่สนว่านางจะเป็นหรือตาย แต่คุณชายกำชับหลายรอบว่าต้องปกป้องนางให้ปลอดภัยจึงทำได้แค่อดทนแล้วหมุนตัวไปทางอื่น
นางไม่ชอบสองนายบ่าวคู่นี้!
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วยามท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดลง ดวงอาทิตย์ได้เคลื่อนผ่านภูเขาอีกด้านหนึ่งและไม่สามารถส่องแสงในหุบเขาได้อีก หมอกเริ่มกระจายปกคลุมทางข้างหน้า
“มาแล้ว” จู่ๆ หมิงเวยก็พูดขึ้นมา
อาหว่านตื่นตัวขึ้นทันที ตัวฝูเองก็หยุดทำท่าทางและมองไปรอบๆ อย่างประหม่า
หมิงเวยเลิกม่านและตะโกนขึ้น “พี่ใหญ่!”
จี้หลิงขี่ม้าเข้ามาใกล้และก้มลงถาม “น้องมีเรื่องอะไรหรือ”
หมิงเวยตอบ “อีกเดี๋ยวถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นพี่ใหญ่รีบไปหาที่ซ่อนนะเจ้าคะ”
จี้หลิงตกใจแล้วรีบถามไปทันที “มีคนบุกมาชิงตัวนักโทษหรือ”
หมิงเวยพยักหน้า จี้หลิงตอบกลับ “พี่จะระวังตัวน้องดูแลตัวเองด้วย”
เมื่อปิดม่านลงหมิงเวยก็สั่งการกับตัวฝู “อีกเดี๋ยวให้เจ้าลงมือ คอยดูแลพี่ใหญ่ด้วย”
ตัวฝูรีบพูดออกไป “แต่คุณหนู…”
“นางมีข้าอยู่ไง!” อาหว่านตะคอกใส่ตัวฝู น้ำเสียงของนางไม่ค่อยดีนัก
ตัวฝูรู้สึกถึงความเคร่งเครียดนี้ดีจึงไม่ต่อกรกับอาหว่าน นางนั่งอยู่เงียบๆ ในใจนึกถึงคาถาที่คุณหนูสอนดึงพลังภายในออกมาเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือ
ในที่สุดหมอกก็หนาขึ้นจนไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้ เหลยหงสั่งให้หยุดขบวน จากนั้นกลับไปรายงาน
เจี่ยงเหวินเฟิงเงียบอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบไปว่า “เตรียมรับมือ”
เห