่านพอได้แล้วเจ้าค่ะ อย่าแกล้งพี่ใหญ่ของข้า”
จากนั้นก็หันไปพูดกับจี้หลิง “พี่ใหญ่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว น้องกับเขาไม่ได้มีอะไรกันเลยเจ้าค่ะ”
แต่จี้หลิงกลับไม่เชื่อ “ไม่มีอะไรแล้วทำไมเขาถึงออกมาจากห้องของน้องได้ แล้วยังทำท่าทางเหมือนไม่ได้นอนอีก”
หมิงเวยตอบ “นั่นเป็นเพราะเมื่อคืนยังไม่ได้นอนเลยต่างหากเจ้าค่ะ!”
“ไม่ได้นอนงั้นหรือ” แววตาของจี้หลิงมีความแปลกใจ “แล้วทำอะไรกันถึงยังไม่ได้นอน”
“….” หมิงเวยจนปัญญา ที่แท้พี่ใหญ่ผู้นี้ชอบจินตนาการไปเองในหัวของเขาคงคิดเรื่องพรรค์นั้นไปแล้ว
“คุณชายจี้ขอรับ” อาสวนพูดขึ้น “เมื่อคืนท่านเมามากเลยไม่ทราบว่ามีคนพยายามเข้ามาช่วยนักโทษ ไม่ใช่แค่คุณชายแม้แต่ใต้เท้าเจี่ยงก็ยังไม่ได้นอนขอรับ”
จี้หลิงดูสงสัย “เป็นเช่นนั้นหรอกหรือ”
“หากคุณชายไม่เชื่อท่านสามารถไปขอคำยืนยันจากใต้เท้าเจี่ยงในภายหลังได้ขอรับ”
จี้หลิงครุ่นคิดแล้วถามออกไป “หากเป็นเช่นนั้นจริงแล้วทำไมท่านถึงออกมาจากห้องของน้องข้า”
“เพราะพวกเราพูดคุยกันทั้งคืน” หยางชูตอบ
“คุยเรื่องอะไรกัน” คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตอบ
หมิงเวยได้แต่ตอบไปว่า “พี่ใหญ่ ท่านจำสิ่งที่น้องบอกท่านก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ เรื่องที่น้องมีความดีความชอบในคดีกบฏนี้” จี้หลิงชะงักแล้วพยักหน้า
“สรุปแล้วคดีนี้น้องต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยตลอด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกส่วนตัวเจ้าค่ะ” หลังชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดในที่สุดจี้หลิงก็ส